รีวิวหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind

924
ไขความลับสมองเงินล้าน
ไขความลับสมองเงินล้าน

รีวิวหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind

ให้เวลาผมคุยกับคุณ5นาที แล้วผมจะสามารถทำนายอนาคตทางการเงินทั้งชีวิตของคุณได้” 

ประโยคเด็ดของ T.Harv Eker ผู้เขียนหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind

         หนังสือเล่มนี้พูดถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยชี้ให้เห็นว่าคนรวยและคนจนมีวิธีคิดต่างกันอย่างไร เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน  เลยเอาหนังสือมาสรุปย่อๆให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

          Eker กล่าวว่าผลลัพธ์ซึ่งก็คือความร่ำรวย จริงๆแล้วมาจากภายในตามโมเดลข้างล่างนี้

 

ความคิด > ความรู้สึก > การกระทำ >  ผลลัพธ์

 

ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนผลลัพธ์ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนข้างในก่อนซึ่งก็คือ ความคิด ความรู้สึก และการกระทำ   เช่น ถ้าอยากรวยก็ต้องเปลี่ยนความคิดให้เหมือนคนรวยดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างคนรวยกับคนจนดังนี้

คนรวยกับคนจนคิดแตกต่างกันอย่างไร

  1. คนรวยเชื่อว่าตนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้โดยตั้งใจทำงานหนักและจดจ่อกับเรื่องที่ทำ ศึกษาเรื่องต่างๆให้เชี่ยวชาญทั้งเรื่องการตลาด การขาย ผลิตภัณฑ์ กฎหมายและบัญชีต่างๆ และที่สำคัญคือทักษะด้านการบริหารคนค่ะ เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้   ส่วนคนจนมักคิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดยมักปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา โทษบุญกรรม เศรษฐกิจ หรือรัฐบาล โดยมักจะมีคำพูดปลอบใจตัวเองเสมอว่าเงินไม่สำคัญ
  2. คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะคนจนแค่เล่นเกมเพื่อไม่ให้แพ้  คนรวยมักจะคิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะร่ำรวย มั่งคั่ง โดยคิดพัฒนาตัวเอง พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมอยู่เสมอ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ แต่คนจนแค่คิดว่าทำอย่างไรจึงจะจ่ายค่าบิลสิ้นเดือนนี้ได้ และขอแค่ไม่อดตายก็พอ สำหรับคนชนชั้นกลางซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ(สหรัฐอเมริกา) Eker กล่าวว่าคนชนชั้นกลางแค่ขอมีชีวิตสบายๆก็พอ  ซึ่งการอยากมีชีวิตสบายๆนั้นไม่มีทางทำให้คุณร่ำรวยขึ้นมาได้  ถ้าอยากรวยคุณต้องทุ่มเทและทำงานหนัก คุณจะต้องเหนื่อยในช่วงแรกอย่างแน่นอน
  3. คนรวยมุ่งมั่นที่จะรวยแต่คนจนแค่อยากรวย สองอย่างนี้แตกต่างโดยการกระทำ คนรวยคิดวางแผนและลงมือปฏิบัติเพื่อให้ตนร่ำรวย   แต่คนจนคิดอยากจะรวยแต่ไม่ลงมือทำ  น้อยคนนักที่จะก้าวออกมาจากComfort Zone และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง
  4. คนรวยคิดการใหญ่คนจนคิดเล็ก   คนรวยมักจะคิดการใหญ่ว่าจะทำยังไงให้โลกน่าอยู่ขึ้น จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้อย่างไร ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาให้ผู้คนได้  ซึ่งการโฟกัสที่การแก้ปัญหานี้แหละที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นร่ำรวย เพราะปัญหาหมายถึงโอกาส ยิ่งคุณแก้ปัญหาให้คนได้เยอะเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรวยเท่านั้น  ดังนั้น จำไว้เสมอว่าที่ไหนมีปัญหา ที่นั้นมีโอกาสรออยู่เสมอ
  5. คนรวยมองโอกาสมากกว่าอุปสรรค  คนจนมักจะมีข้ออ้างที่จะไม่ทำสิ่งต่างๆเสมอเพราะเริ่มต้นมองทุกอย่างที่อุปสรรคหรือเรียกได้ว่าข้ออ้างเยอะ แต่คนรวยจะมองที่โอกาส แล้วค่อยประเมินความเสี่ยง เมื่อคิดรอบคอบแล้วค่อยลงมือทำ จงมองปัญหาของผู้คนเป็นโอกาส ถ้าคุณสามารถแก้ปัญหาให้ผู้คนได้คุณก็สามารถรวยได้
  6. คนรวยจะชื่นชมคนรวยและประสบความสำเร็จด้วยกัน! ส่วนคนจนมักจะอิจฉาและคบกับคนจนด้วยกันซึ่งการชื่นชมคนรวยนั้นจะดึงดูดให้เราคบหาสมาคมกับคนรวยและยิ่งเราอิจฉาคนรวยจะยิ่งทำให้เราห่างไกลจากคนรวยมากขึ้น
  7. คนรวยชอบคบหาคนรวยและคนที่มีความคิดบวกเนื่องจากจะส่งพลังบวกให้กันและกัน นอกจากนี้การคบกับคนคิดบวก ก็จะทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆดีๆอีกด้วย คนรวยจะเลือกคบคนที่ส่งเสริมและพัฒนาความคิดตนเอง
  8. คนรวยชอบโปรโมทตัวเอง และโปรโมทความเชื่อของตัวเอง หลายคนคงคิดว่าทำไมคนรวยชอบโม้เรื่องตัวเอง ก็เพราะเขามีความเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ดีและเขากล้าที่จะโปรโมทสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้คนรวยยังรู้ว่าเขาไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ การจะทำธุรกิจใดๆต้องมีคนหรือลูกน้องมาช่วย ดังนั้นทักษะที่คนรวยต้องมีก็คือการบริหารจัดการคนจะทำอย่างไรให้สามารถดึงคนเก่งๆเข้ามาทำงานด้วย
  9. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่คนรวยคิดว่าปัญหาและอุปสรรคจะทำให้เราเก่งขึ้น แกร่งขึ้น หรือคิดย้อนกลับว่าปัญหานี้จะสอนอะไรกับเรา บทเรียนที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไรและไม่ทำผิดพลาดซ้ำสอง คนจนมักมองทุกอย่างเป็นปัญหาและบ่น ยิ่งคุณบ่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างพลังงานด้านลบและดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต
  10. คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยมคนจนเป็นผู้รับที่ยอดแย่  คนรวยคิดเสมอว่าตนสมควรได้รับเงินจากสิ่งที่ตนทำ คนจนมักคิดว่าตนไม่มีคุณค่า
  11. คนรวยเลือกรับเงินจากผลงาน คนจนมักเลือกรับเงินตามระยะเวลางานคนรวยเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและความสามารถของตนเอง ส่วนคนจนเลือกความมั่นคงเป็นหลักก็คือการขายเวลาแลกเงินซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่เวลาของเรามีค่อนข้างจำกัด ดังนั้นเป็นไปได้ยากที่คุณจะสามารถร่ำรวยขึ้นมาจากการขายเวลาของคุณแลกกับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
  12. คนรวย“เลือกทั้งสองทาง” คนจนเลือก “ทางใดทางหนึ่ง” คนรวยมักคิดเสมอว่าสามารถทำงานหรือทำธุรกิจให้ร่ำรวยพร้อมทั้งมีครอบครัวที่อบอุ่นไปพร้อมๆกันได้ เพราะจริงๆแล้วทั้งสองอย่างจะเสริมกัน เมื่อคุณมีความสัมพันธ์และครอบครัวที่ดีคุณก็จะมีพลังในการทำงานหรือธุรกิจ แต่คนจนมักคิดว่าถึงฉันไม่รวยแต่ก็มีครอบครัวอบอุ่น โดยมีความเข้าใจผิดๆว่าถ้าฉันรวยฉันจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว ถ้าฉันทุ่มเทเวลาให้กับงาน ครอบครัวของฉันจะไม่อบอุ่น ความเป็นจริงแล้วขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเวลาของคุณมากกว่า
  13. คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สินคนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงาน หากคุณกำลังอยู่ในระหว่างทางสร้างตัวขึ้นมา แนะนำว่าให้นำรายได้จากการทำงานไปเปลี่ยนเป็นทรัพย์สิน เช่น ธุรกิจ หุ้นและอสังหาริมทรัพย์
  14. คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงินแต่คนจนเก่งเรื่องการบริหารเงินแบบผิดๆ   คนรวยมักจะลงทุนต่อยอดในการซื้อทรัพย์สินแต่คนจนหรือคนชนชั้นกลางมักจะเป็นหนี้เป็นสินเพื่อของไร้สาระ เช่นของที่ซื้อมาเพื่อแสดงฐานะและอวดคนอื่น
  15. คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเองคนจนทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมา  คนรวยมักลงทุนและมีรายได้จากหลายๆทาง เช่น ธุรกิจ หุ้น อสังหาริมทรัพย์  แต่คนจนมักมีรายได้ทางเดียวคือซึ่งเป็นรายได้จากการทำงาน แถมยิ่งรายได้เยอะขึ้นเท่าไรก็ยิ่งมีรายจ่ายเยอะขึ้นเท่านั้น
  16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้หวาดกลัวคนจนมักให้ความกลัวหยุดยั้งตนเอง  ข้อนี้สำคัญมากๆเพราะทุกคนต่างมีความกลัว โดยเฉพาะกลัวความล้มเหลว  แต่ถ้าเรามีความเชี่ยวชาญและคิดวางแผนอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว คงเหลือเพียงแค่ลงมือทำและมุ่งไปข้างหน้าแล้วละค่ะ
  17. คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดเวลาคนจนคิดว่าตนรู้ดีอยู่แล้ว  คนรวยจะใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดเวลาส่วนคนจนจะคิดว่าตนรู้ทุกอย่างแล้วเหมือนน้ำเต็มแก้ว โดยเฉพาะโลกในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นล้าหลังทันที

ลองนำ17ข้อข้างต้นไปปรับใช้กันนะคะ ใครนำไปปรับใช้แล้วได้ผลอย่างไรก็คอมเมนต์บอกกันด้วยนะคะ

หากคุณมีเรื่องราวไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ Alive Around ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ความงาม ร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิค แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดคูล เทรนด์การตกแต่งบ้าน งานศิลปะ การออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ หรือแม้แต่ข่าวสาร และเกร็ดความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์ งานอีเว้นท์ เทคโนโลยี แก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สามารถติดต่อกับทีม Admin ของเราได้ที่ www.alivearound.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

ขอบคุณรูปภาพจาก

www.adrianniculescu.com