ซื้อ smart watch ทั้งที ต้องดูอะไรบ้าง! ให้เหมาะกับตัวเอง

19
Smart Watch

Smart Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่ไม่ว่าใครต่างก็ให้ความสนใจและต้องการมากที่สุดในเวลานี้ เนื่องจากฟีเจอร์การทำงานของมันที่ครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นการดูเวลาตามปกติ สามารถดูแจ้งเตือนข้อความจากแอปในมือถือได้ หรือจะเป็นฟีเจอร์สำหรับสายสุขภาพที่มีทั้งการออกกำลังกาย การตรวจสอบค่าต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ ความเครียด ค่าชีพจร หรือฟีเจอร์อื่น ๆ ตามที่ Smart Watch แต่ละรุ่นจะสามารถทำได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ใครหลายคนต่างก็เริ่มสนใจ และอยากได้มาใช้งานกันทุกคน และสำหรับใครที่สนใจแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีว่าจะซื้อแบบไหนดี เพราะตัวของ Smart Watch 2022 นั้นก็มีหลากหลายรุ่นและหลากหลายแบรนด์ ดังนั้นมือใหม่ควรรู้กับการซื้อ smart watch ทั้งที ต้องดูอะไรบ้าง! ให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อที่จะได้สินค้าที่ถูกใจและตอบสนองการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรานั่นเอง ไปดูกันเลย

 

Smart Watch

ที่มา : Canva

 

เลือกจากดีไซน์

 

วิธีแรกที่จะมาแนะนำในการเลือก Smart Watch นั้นก็คือการเลือกซื้อจากดีไซน์และวัสดุที่ใช้ทำตัวนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดหรือสายก็ตาม เนื่องจากพวกนาฬิกานั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับสวมใส่ภายนอก ดังนั้นการเลือกดีไซน์ที่มีเสน่ห์และเหมาะสมเข้ากันได้กับสไตล์ของตัวผู้ใช้งานนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง โดยในปัจจุบันนั้นหน้าปัดของ Smart Watch ก็ได้รับการออกแบบและดีไซน์ออกมาให้เลือกด้วยกันถึง 3 แบบนั่นก็คือแบบวงกลม สี่เหลี่ยมใหญ่และสี่เหลี่ยมเล็ก โดยทั้ง 3 รูปแบบนั้นก็สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศและทุกวัย แต่อาจจะต้องพิจารณาจากขนาดที่ดูพอดีกับข้อมือของเราด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้มันดูเทอะทะหรือว่าเล็กจนเกินไป ซึ่งขนาดที่พบได้ในปัจจุบันก็มีตั้งแต่ 39 มิลลิเมตรไปจนถึง 50 มิลลิเมตรเลยทีเดียว ดังนั้นการเทียบหน้าปัดกับข้อมือนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรทำเลยล่ะครับ เพื่อให้ดูดี และเข้ากับข้อมือของเราได้เป็นอย่างดี

 

เลือกจากวัสดุ

 

สำหรับในเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ผลิตนั้นก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ Smart Watch เช่นกัน เพราะว่าปัจจุบันนั้นตัวเรือนนาฬิกาได้ใช้วัสดุที่หลากหลายในการทำขึ้นมา ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นต่างก็เลือกวัสดุที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนมากแล้วมักจะเป็นวัสดุอลูมิเนียม อัลลอย ไทเทเนียม เป็นต้น เนื่องจากวัสดุเหล่านี้ล้วนมีความทนทาน แข็งแรงและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถใส่ได้สบายข้อมือทำให้เหมาะสมกับคนไลฟ์สไตล์ทั่วไปที่ซื้อมาสำหรับใช้งานไม่หนักมากเพียงแค่ดูเวลาหรือดูแจ้งเตือนต่าง ๆ ส่วนใครนั้นที่เป็นสายสุขภาพที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของการการออกกำลังกายล่ะก็ อตัวเรือนและสายที่สามารถกันน้ำได้ หรือสามารถทำความสะอาดได้ง่ายนั้นถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่าแบบอื่น เพราะหากเลือกซื้อนาฬิกาที่เป็นสายแบบหนัง เมื่อโดนเหงื่อหรือน้ำมาก ๆ เข้าก็อาจทำให้เสื่อมสภาพและส่งกลิ่นอับได้ เพราะฉะนั้นดูวัสดุให้ดีว่าเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณหรือเปล่า

 

Smart Watch

ที่มา : Canva

 

เลือกจากฟีเจอร์

 

อย่างที่ทุกคนนั้นรู้กันดีอยู่แล้วถึงความโดดเด่นของ Smart Watch  ในเรื่องของฟีเจอร์ใช้งานที่หลากหลาย เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ นั้นได้มีการพัฒนาฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งานกันอย่างจัดเต็มและต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเลือกได้มากมายถึงฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย ฟีเจอร์เรื่องสุขภาพ จึงทำให้การเลือกซื้อและอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นไปดูกันดีกว่าว่าหากจากเรื่องของฟีเจอร์นั้นควรจะเลือกและดูจากอะไรบ้าง

 

หน้าจอ Touch Screen สามารถรองรับการแสดงค่าแบบ Always-On หรือไม่

สามารถตรวจจับค่าสุขภาพอะไรได้บ้าง อย่างเช่นพวก อัตราการเต้นของหัวใจ, ค่าออกซิเจนในเลือด, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG, คุณภาพการนอนหลับ, การหายใจ, ความเครียด เป็นต้น

มาตรฐานการในเรื่องของการกันน้ำ ว่าสามารถใส่ลุยน้ำได้ไหม และดำน้ำได้ลึกแค่ไหน

โหมดการออกกำลังกาย มีทั้งหมดกี่โหมด ตรงตามความต้องการของเราที่จะใช้ออกกำลังกายหรือไม่

เรื่องแจ้งเตือนสายเรียกเข้าและข้อความแจ้งเตือน สามารถรับสายและตอบกลับข้อความได้ทันทีหรือไม่

ระบบ GPS ในตัว สามารถตรวจจับตำแหน่งที่อยู่ได้แม่นยำไหม และสามารถใช้งาน GPS ได้แม้ไม่พกโทรศัพท์หรือไม่

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่น ๆ เพื่อใช้งานเพิ่มเติมได้หรือไม่

มีแอปพลิเคชันการฟังเพลงได้ทันทีหรือไม่

สามารถใช้จ่ายระบบ Cashless หักเงินจากบัตรผ่านนาฬิกาได้เลยหรือไม่

และอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณนั้นอาจจะต้องถามตัวเองก่อนว่าจะนำ Smart Watch ไปใช้กับเรื่องอะไรในชีวิตประจำของคุณ เพื่อที่จะได้เรือนที่ถูกใจและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณให้ได้มากที่สุดครับ

 

Smart Watch

ที่มา : Canva

 

เลือกจากการเชื่อมต่อ

 

อย่างที่รู้กันว่า Smart Watch จะทำงานโดยการเชื่อมต่อแบบ Bluetooh กับโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ซึ่งการใช้งานนั้นก็คล้ายกับหูฟัง earbuds หรือปุกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องเชื่อมต่อแบบ Bluetooth ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นการเลือกซื้อ Smart Watch จากการเชื่อมต่อจึงต้องดูสมาร์ทโฟนของคุณนั้นว่าตอนนี้ในมือของคุณนั้นใช้ระบบปฏิบัติการแบบไหน ซึ่งหากว่าใช้งานระบบ IOS ความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Smart Watch ที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ iOS ก็จะสามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่หากใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android หรือว่า Windows ก็อาจจะต้องเพิ่มการพิจารณาการในเรื่องของการเชื่อมต่อให้ดีเสียก่อน ว่าสามารถเชื่อมต่อด้วยระบบ Bluetooth หรือ WiFi ได้ทันทีเลยหรือไม่ เพราะเนื่องจากบางรุ่นนั้นก็อาจจะต้องใช้ขั้นตอนการเชื่อมต่อที่มากกว่ารุ่นอื่น ๆ อยู่บ้าง ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อ ก็ควรพิจารณาคุณสมบัติการเชื่อมต่ออย่างละเอียด และให้ลองเชื่อมต่อดูก่อนว่าสามารถเชื่อมต่อได้อย่างลื่นไหลหรือไม่ และสามารถใช้แอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ปกติหรือไม่ จึงจะเลือกซื้อมาใช้งาน

 

Smart Watch

ที่มา : Canva

 

เลือกจากความจุแบตเตอรี

สำหรับความจุของแบตเตอรี่หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าตัวแบตเตอรี่ก็คงเหมือนหูฟังแบบครอบหู หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Bluetooth แบบอื่น ๆ ที่สามารถใช้ได้วันหรือสองวัน ก็ต้องบอกเลยว่าใช่ครับ คุณกำลังคิดถูกเพราะ Smart Watch ที่เป็นหน้าจอสีรองรับการแสดงผลแบบ Always-On จะสามารถอยู่ได้นาน 1-2 วันต่อการชาร์จแบตเตอรี 1 ครั้ง แต่ถ้าคุณกำลังจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อ เราก็ขอบอกเลยว่า มาดูกันอีกนิด เพราะว่า Smart Watch บางรุ่นก็เรียกได้ว่าแบตเตอรี่อึด ถึกทนมาก ๆ เพราะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 15 – 30 วันกันเลยทีเดียว เรียกว่าชาร์จครั้งเดียวใช้กันได้เป็นเดือน ซึ่งจำนวนการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นก็ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และการนำไปใช้งานของแต่ละคนด้วย ว่าใช้งานหนักหน่วงขนาดไหน และที่สำคัญ Smart Watch บางรุ่นยังรองรับ Wireless Charger ระบบการชาร์จไว ที่พร้อมจะย่นเวลาในการชาร์จให้คุณหยิบมาใส่ข้อมือได้อย่างรวดเร็ว

 

Smart Watch

ที่มา : Canva

 

เลือกจากงบที่มี

 

ในส่วนของเรื่องราคา Smart Watch ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจาก Smart Watch มีหลากหลายรุ่นและหลากหลายแบรนด์ ดังนั้นการที่จะมีหลายราคาให้เลือกซื้อมาใช้งานก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยราคาก็มีตั้งแต่ไม่ถึงพันไปจนถึงสี่ห้าหมื่น โดยราคานั้นจะแตกต่างกันตามแบรนด์ ดีไซน์ การออกแบบ วัสดุ และฟีเจอร์การทำงาน ดังนั้นก็ควรดูว่าเราต้องการมาใช้งานอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน หากจะซื้อมาเพื่อใช้งานทั่วไปอย่างดูเวลา ดูการแจ้งเตือน วัดสุขภาพ ราคาพันต้น ๆ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะซื้อมาใช้งาน แต่หากใครที่อยากจัดหนักจัดเต็มอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย ก็ต้องมีงบที่สูงขึ้นมา โดยอาจจะมองหาตัวที่ราคาราว ๆ สามพันขึ้นไปมาใช้งาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรดูด้วยว่าหากเราซื้อมาแล้วจะไม่เป็นการเบียดเบียนเงินของเราจนหมดนะครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ ซื้อ Smart Watch ทั้งที่ ต้องดูอะไรบ้าง! ให้เหมาะกับตัวเอง จะได้เห็นหลักการเลือกเบื้องต้นไปกันบ้างแล้ว จะได้เตรียมตัวและเตรียมงบให้ถูก พร้อมกับศึกษาไปพร้อม ๆ กันว่า Smart Watch เรือนไหนนั้นที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรามากทึ่สุด เพื่อที่เมื่อซื้อมาแล้วจะสามารถใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปด้วยครับ