รู้หรือไม่? แก่นตะวัน ยับยั้งมะเร็งได้

4051

รู้หรือไม่? แก่นตะวัน ยับยั้งมะเร็งได้

การไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การเจ็บไข้เป็นเรื่องปกติ แต่มีอีกหลายคนที่ป่วยเป็นโรคที่ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงบรรเทาอาการหากเรารู้จักวิธีป้องกัน ก็สามารถที่จะรักษาอาการของโรคได้ ซึ่งโรคที่คนไทยกลัวอย่างยิ่งคือ โรคมะเร็ง

โรคมะเร็งคือ 

โรคมะเร็งคือ โรคซึ่งเกิดมีเซลล์ผิดปกติในร่างกาย และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายได้ทั่วร่างกายส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เหล่านั้นล้มเหลวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก

แก่นตะวัน

มะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด

จากรายงานผลการวิจัยพบว่าผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งส่วนมากเป็นมะเร็งตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำเหลือง ส่วนผู้หญิงที่มีการค้นพบโรคมะเร็งบ่อยคือ โรคมะเร็งเต้านม ปากมดลูก ตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ รังไข่ และมะเร็งที่พบบ่อยในเด็กคือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง และโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมา/Neuroblas toma (มะเร็งของประสาทซิมพาทีติก)

สำหรับคนที่เป็นมะเร็งเริ่มต้นหรือระยะแรกที่เราสามารถรับรู้ได้ ไม่ต้องกังวล สมุนไพรไทยสามารถยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้อย่างน่าเหลือเชื่อซึ่งสมุนไพรที่ว่านั้น สามารถหาซื้อกันได้ทั่วไป

หากจะเอ่ยถึงสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้ หลายคนอาจไม่รู้จักหรือไม่ค่อยจะคุ้นชื่อสักเท่าไหร่ แต่เชื่อได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย และสมุนไพรที่จะบอกกล่าวให้รู้คือ “แก่นตะวัน”

แก่นตะวัน หรือ Jerusalem artichoke เป็นพืชในตระกูลทานตะวัน ชาวอินเดียนแดงนิยมนำมาปลูกไว้รับประทาน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร  หัวมีลักษณะเป็นเง้าคล้ายกับหัวของขิงหรือข่า มีหลายสีเช่น สีม่วง สีขาว สีเหลือง สีแดง ฯลฯ

แก่นตะวันมีสรรพคุณอะไรบ้าง?

  1. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  2. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร อย่างเชื้อ อี.โคไล (E.Coli) และ โคลิฟอร์ม (Coliforms) และในขณะเดียวกันยังไปช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายให้เจริญเติบโตดีขึ้นอีกด้วย
  3. ช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ แพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก
  4. ช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้ ภายในหัวจะมีน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็น และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 18 เปอร์เซ็นซึ่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะเป็นอินนูลิน (Inulin) ซึ่งอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวานได้ แต่จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะและลำไส้เล็ก จึงสามารถอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้นาน จึงช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย สามารถช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความอ้วนและป้องกันโรคเบาหวานไปด้วยในตัว
  5. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักเนื่องจากแก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำกว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น แต่ยังช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเก
  6. ช่วยป้องกันไขมันในเลือดสูง เพราะเส้นใยของแก่นตะวันจะช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาลที่เรารับประทานเกินไว้ ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันเลวที่เรารับประทานเข้าไปทิ้งออกทางอุจจาระ และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไดร์สูง หากได้รับอินนูลินเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงได้
  7. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยของแก่นตะวันเป็นตัวช่วยดูดซับไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกายและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวทิ้งออกทางอุจจาระ
  8. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแก่นตะวันมีแคลอรีต่ำ ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดแม้จะรับประทานในปริมาณมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40 เปอร์เซ็น
  9. ช่วยกระตุ้นการดูดซึมแร่ธาตุหลายชนิดช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้เหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในลำไส้เล็กและช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากถึงร้อยละ 20 เปอร์เซ็น รวมไปถึงธาตุเหล็ก ฯลฯ
  10. ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยในการขับถ่าย ทำความสะอาดลำไส้ และเก็บกวาดของเสียในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี แก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากทำให้อุจจาระมีกากใยมากขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอุจจาระได้อีกด้วย สมุนไพรแก่นตะวันมีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้อาการท้องเสีย
  11. ช่วยป้องกันสารพิษอย่างโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว เป็นต้น

แก่นตะวันป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

แก่นตะวันช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยในการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำ จะทำให้ลำไส้ใหญ่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือแบคทีเรียที่เป็นตัวก่อโรคลดลง ทำให้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สกลิ่นเหม็นในร่างกายลดลง หรือแบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ ตัวสร้างสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่อย่าง อีโคไลก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน

แก่นตะวันกินอย่างไร?

แก่นตะวันสามารถกินได้ทั้งปอกเปลือกและไม่ต้องปอกเปลือก แต่ก่อนอื่นต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน กินแบบดิบ เหมือนกับกินผลไม้ กินง่าย กินดีมีประโยชน์ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกินแก่นตะวันมาก่อน ควรเริ่มต้นด้วยการกินในปริมาณที่ไม่มากนักเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล

กินแก่นตะวันเยอะดีไหม?

สำหรับคนที่ชื่นชอบกินแก่นตะวัน ต้องมีข้อพึงระวังเอาไว้ด้วย เพราะหากเรากินมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ นั้นเราควรกินในปริมาณที่เหมาะสม

นอกจากนี้แก่นตะวัน ยังนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายล้วนแต่เพิ่มความหลากหลายสำหรับเมนูในแต่ละมื้อ อีกทั้งให้รสชาติที่อร่อยติดใจอีกด้วย

แหล่งอ้างอิง

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (รองศาสตราจารย์ ดร.สนั่น จอกลอย), สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ดร.ครรชิต จุดประสงค์), สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 132, นิตยสารขวัญเรือน ฉบับ 849 (พญ.ลลิตา ธีระสิริ), สาระเร็ว, MedThai

ขอบคุณภาพประกอบ

http:seinthailand.com