รีวิว นิยาย เรื่อง ธี่หยด…แว่วเสียงครวญคลั่ง

รีวิว นิยาย เรื่อง ธี่หยด...แว่วเสียงครวญคลั่ง

1852
ธี่หยด

รีวิว นิยายเรื่อง ธี่หยด…แว่วเสียงครวญคลั่ง

ผู้เขียน : กฤตานนท์

สำนักพิมพ์ : แพรว

สำหรับเรื่องนี้เคยเป็นกระทู้ที่โด่งดังใน Pantip สมัยก่อน มีคนติดตามเรื่องในตอนนั้นมากมาย  แต่ตอนนั้นผู้เขียนตัดบทจบโดย สรุปเป็นข้อๆๆ   ซึ่งบางเรื่องก็ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่   พอทราบว่าผู้เขียนมาทำเป็นหนังสือ ก็เลยซื้อมาอ่านเพื่อจะได้ตามบทสรุปของเรื่องนี้

เรื่องย่อ

ท่ามกลางความหนาวเหน็บของเรือกสวนไร่นา ทุกชีวิตซุกกายอยู่ในที่มั่นของตัวเอง ภาวนาให้แสงแห่งวันมาถึงโดยเร็ว แต่เมื่อได้ยินเสียง “ธี่หยด…ธี่หยด…” ตอนนั้นเองที่รู้ว่าความมืดทะมึนจะแผ่คลุมไปอีกนาน

หยาด เด็กสาวผู้เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันตก ชีวิตของเธอคงจะไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวที่เติบโตในต่างจังหวัดคนอื่น ถ้าหากไม่ได้ประสบพบเจอกับเรื่องราวที่จะหลอกหลอนและฝังอยู่ในความทรงจำของเธอไปตลอดกาล ไม่ใช่เพราะมันสยองขวัญแต่เพราะมันเกิดขึ้นกับน้องสาวแท้ๆ ของเธอเอง เมื่อคนที่อยู่ร่วมบ้านเหมือนไม่ใช่คนเดิม เมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ลืมตาจ้องมองคุณตลอดทั้งคืน คุณจะทำอย่างไร

รีวิวจากผู้อ่าน

เนื้อเรื่องย้อนไปเมื่อราวๆ 40 –50ปีก่อน ( ในหนังสือเขียนบอกปีพ.ศ.2515)   ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก  มีครอบครัวคนไทย-จีน คือ พ่อ แม่ ลูกชาย 3 คน และ ลูกสาว 3 คน อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่  ทางครอบครัวนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพราะมีการบรรยายถึงการเก็บใบยา  พืชผักต่างๆไปขาย  และบอกถึงหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยงานที่บ้าน   ครอบครัวนี้มีฐานะระดับหนึ่งเนื่องจากการบรรยายขนาดของบ้านและมีการจ้างลูกจ้าง  สำหรับ เฮียฮั่งหัวหน้าครอบครัวคือ  เฮียฮั่ง เป็นคนขยันขันแข็ง และเป็นคนจีนที่มาอาศัยในเมืองไทย แม่คือ บุญเย็น เป็นคนไทยที่มาแต่งงานกับเฮียฮั่ง เป็นแม่บ้านแม่เรือน ลูกชายคนโตชื่อยักษ์ คนรองชื่อ ยศ  นิสัยเฮฮา ร่าเริง คนที่สาม ชื่อ ยอด เป็นหนุ่มเจ้าสำอางค์  ลูกสาวคนโต (ผู้เล่าเรื่อง) ชื่อหยาด อายุ 16 ปี  แย้ม ลูกสาวคนรอง อายุ 15 ปี   และยี่ ลูกสาวคนสุดท้อง ครอบครัวนี้อยู่กันอย่างมีความสุข จนกระทั่งได้รับข่าวว่ามีเด็กหญิงของครอบครัวหนึ่งที่อยู่ถัดจากแถวบ้านพวกเค้าไปเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ และเด็กคนนั้นก็เป็นเพื่อนของหยาด

วันหนึ่งในขณะที่กลับจากโรงเรียน  เด็กสาวทั้ง 3 คนใช้เส้นทางลัดจากถนนในหมู่บ้าน เข้ามายังป่าทึบที่อยู่หลังเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านคนอื่นเพื่อกลับบ้านให้เร็วขึ้น  ระหว่างที่กำลังผ่านศาลร้างใต้ต้นไทรใหญ่ ยี่น้องสาวคนสุดท้องเห็นหญิงชราผมขาวโพลน สวมชุดดำกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปหา แต่เด็กหญิงกลัวจึงรีบวิ่งหนีไป  และยี่ก็ยังได้เห็นยายอีกในงานวัดที่พ่อแม่พาไปเที่ยว  ยี่เล่าเรื่องให้หยาดฟังแต่พี่สาวไม่เชื่อ  หลังจากกลับมาจากงานวัด แย้มมีอาการป่วย แต่ก็ยังฝืนไปโรงเรียน ขากลับบ้านนั้นเดินผ่านป่าเพื่อกลับบ้าน ซึ่งเป็นเวลาที่กลับบ้านช้ากว่าปกติ สองพี่น้องหยาด และแย้มเห็นหญิงสาววัยกลางคนใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ใบหน้าขาวซีดยืนส่งยิ้มให้  สัญชาตญาณของหยาดบอกให้ตัวเองรู้ได้ในทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้อันตราย

หลังจากวันที่ได้พบผู้หญิงคนนั้น แย้มก็มีท่าทีเปลี่ยนไป เธอฝันร้ายบ่อยครั้งและป่วยเจ็บออดๆแอดๆ  แถมพฤติกรรมก็เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง จากที่เคยพูดจาไพเราะ ก็กลับมีอารมณ์เกรี้ยวกราด   หยาดเริ่มได้ยินเสียงประหลาดตอนกลางคืนว่า “ธี่หยด” ซึ่งทำให้เธอรู้สึกง่วงและหลับไปอย่างรวดเร็ว  แต่พอหยาดเล่าเรื่องต่างๆที่ตัวเองได้พบมาให้พ่อแม่ และพี่ชายฟัง ทุกคนก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก  แต่เหตุการณ์แปลกๆ ก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ รวมทั้งเสียง ธี่หยด นั่นอีก

ยักษ์ได้พาลุงพุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเวทมนต์คาถากับจ่ามหันต์มาที่บ้าน เพื่อให้มาช่วยแย้ม  แต่เมื่อแย้มเจอลุงพุฒิ  ก็เกิดความรูสึกหวางกลัวและเริ่มแสดงความก้าวร้าวอีกครั้ง   ลุงพุฒิเดินสำรวจรอบบ้านและไปหยุดที่กอไผ่    และสั่งให้ 3 หนุ่มฟันกอไผ่ทิ้ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเฮียฮั่งเป็นอย่างมาก  แต่เมื่อฟันกอไผ่ไปถึงใจกลาง กับพบสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็นเหมือนมีคนมาอาเจียนทิ้งเอาไว้  ลุงพุฒิจึงสั่งให้เผากอไผ่ทิ้งและนำแย้มไปที่โรงพยาบาลโดยเร็ว

ระหว่างที่พาไปโรงพยาบาลก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดมากมาย  อาทิเช่น ขับรถไปแต่วนอยู่ที่เดิม หรือ แย้มที่รูปร่างผอมแห้งแต่กลับตัวหนักถึงขนาดต้องให้ผู้ชายสามคนช่วยกันอุ้มขึ้นรถ  คือช่วงนี้อ่านไปก็ลุ้นระทึกไปจนถึงช่วงสุดท้าย  และบทสรุปของเรื่อง   ถ้าคุณชอบนิยายผี เรื่องลี้ลับ ไสยศาสตร์  ขอแนะนำให้อ่านเรื่องนี้ เพราะเขียนอ่านสนุกน่าติดตามจริงๆ สอดแทรกความตื่นเต้นอยู่ในเรื่องตลอดเวลา

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

1.ความสัมพันธ์ในครอบครัว  เนื่องจากเรื่องที่เกิดเป็นเรื่องในสมัยเมื่อ 40-50 ปีก่อน ความสัมพันธ์ในครอบครัวสมัยก่อนมีความสายใยความเป็นครอบครัวที่แน่นแฟ้น รักและช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในครอบครัว อาทิ ตอนที่แย้มไม่สบาย และหยาดไปรดน้ำในสวนผักตอนเช้าแทน  หรือตอนที่ ยักษ์ได้ยินเสียงก็คว้าปืนออกไป โดยบอกให้หยาดหลบอยู่ในห้อง

2.การเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่  สังคมสมัยก่อนยังให้การเชื่อฟังผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก ผิดกับสมัยปัจจุบัน  และให้ความเคารพผู้อาวุโสมาก เห็นได้จากตอนที่ยักษ์ให้ความเคารพจ่ามหันต์ หรือลุงพุฒิ   หรือเวลาที่ลุงพุฒิบอกให้ทำอะไรก็จะทำตามที่บอก

หากคุณมีเรื่องราวไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ Alive Around ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ความงาม ร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิค แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดคูล เทรนด์การตกแต่งบ้าน งานศิลปะ การออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ หรือแม้แต่ข่าวสาร และเกร็ดความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์ งานอีเว้นท์ เทคโนโลยี แก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สามารถติดต่อกับทีม Admin ของเราได้ที่ www.alivearound.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น