7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง THE 7 HABITS OF HIGHLY EFFECTIVE PEOPLE

1494

คุณเป็นคนชอบอ่านหนังสือหรือเปล่า! และหนังสือที่คุณชอบอ่านส่วนมากเป็นแนวอะไร? หลายคนมักเจอคำถามเช่นนี้ แต่สำหรับนักอ่าน ไม่ว่าหนังสืออะไรที่มีสาระประโยชน์ “อ่าน” ทุกเล่ม และหนังสือที่ผลิตออกมาล้วนแต่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และเป็นหนังสือที่ดี เพราะการลงทุนพิมพ์หรือซื้อต้นฉบับไม่ใช่เป็นการลงทุนที่น้อยนิด แต่เป็นการลงทุนที่มีมูลค่า เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านได้อ่านหนังสือดีดี

7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง THE 7 HABITS OF HIGHLY EFFECTIVE PEOPLE

หนังสือที่ตีพิมพ์ส่วนใหญ่ ผู้พิมพ์หรือสำนักพิมพ์ต่างหวังลึกๆ อยากเห็นหนังสือที่ผลิตออกมาเป็นที่ต้องการของนักอ่าน และมีเพียงไม่กี่ปกหรือเล่มที่มีการพิมพ์ซ้ำบ่อยครั้ง ไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะเป็นผลงานของนักเขียนไทย หรือแม้แต่หนังสือแปล

และที่หยิบยกมากล่าวเล่าให้ทุกๆ ท่านได้อ่านคือหนังสือแปลที่มียอดพิมพ์ทั่วโลกกว่า 20 ล้านเล่ม และมีการพิมพ์เผยแพร่ทั่วโลกกว่า 38 ภาษา เป็นนักเขียนที่ทุกท่านรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นก็คือ สตีเฟน อาร์. โควีย์ และหนังสือที่ยอดขายสูงสุดคือ “7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง” ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวลึกถึงความคิดที่ว่า

“การเรียนแล้วไม่ทำ

ไม่ถือเป็นการเรียนรู้

การรู้แล้วไม่ทำ

ไม่ถือว่ารู้จริง”

หนังสือเล่มนี้เป็นบทเรียนที่ทรงพลัง ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา…ปลุกหลักคิดและตอบสนองในเชิงบวกให้คุณได้ซึมซับและปรับใช้ คุณทำได้ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลจากความเป็นจริง เพียงแค่เริ่มตั้งแต่เดี๋ยวนี้!!!

สตีเฟน อาร์. โควีย์ ได้กล่าวเอาไว้ว่า…

การเรียนรู้อัตชีวประวัติของแฟรงคลิน พอที่จะเป็นแนวทางแบบอย่างของสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทนี้ได้ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเล่าของชายคนหนึ่ง ที่พยายามมุ่งมั่นตั้งใจจะผนึกหลักการและอุปนิสัยให้ฝังรากลึกในแก่นธรรมชาติของตนเอง

จรรยาบรรณคุณลักษณะสอนหลักการพื้นฐานของการใช้ชีวิตทรงประสิทธิผล

ยืนยันว่ามนุษย์เราจะเสพความสำเร็จแท้จริงและความสุขยั่งยืนได้

ก็ต่อเมื่อเรียนรู้และผนึกหลักการเหล่านี้ไว้ในคุณลักษณะประจำตัว

สิ่งพิมพ์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จจากจรรยาบรรณคุณลักษณะมายังสิ่งที่เราอาจเรียกได้ว่า จรรยาบรรณบุคลิกภาพ ความสำเร็จจะเป็นผลจากการขัดเกลาบุคลิกภาพให้เปล่งปลั่งฉายภาพให้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชน ภาพของทัศนคติและพฤติกรรมทักษะและเทคนิคพิเศษ ที่จะใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นกระบวนการสานสัมพันธ์กับมนุษย์ผู้อื่น จรรยาบรรณบุคลิกภาพเสนอสองเส้นทาง ทางแรกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและเทคนิคประชาสัมพันธ์ อีกทางหนึ่งจะเป็นทัศนคติเชิงบวก บางเรื่องราวเป็นแนวปรัชญาที่เป็นแรงบันดาลใจ กระตุ้นต่อมอารมณ์ให้ฮึกเหิม บางครั้งนำมาเป็นข้อกล่าวอ้าง เพื่อชี้นำชีวิต เช่น “ทัศนคติเป็นตัวกำหนดระดับความสูงที่จะไต่ขึ้นไปได้” หรือ “รอยยิ้มผูกมิตรได้มากกว่าอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด” และ “สิ่งใดก็ตามที่จิตมนุษย์คิดขึ้นมาได้และเชื่ออย่างจริงจัง…จะเกิดผลได้เสมอ”

ส่วนอื่นที่เหลือของวิถีบุคลิกภาพ เป็นการโน้มน้าว หรือการลวงด้วยเล่ห์ เพียงเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนใช้เทคนิคให้ผู้อื่นหลงไหล ชอบพอหรือเป็นการเสแสร้งแกล้งเอาใจ ในงานอดิเรกของผู้อื่น เพื่อปูทางให้กับตนเองไปสู่สิ่งที่วาดหวังต้องการ หรือ “วางมาด แผ่ขยายพลัง” หรือแสดงอำนาจคุกคามข่มขู่ทุกเรื่องราวในชีวิต

เราต้องยอมรับว่าสิ่งพิมพ์บางชนิด เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความสำเร็จ แต่จัดเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ฐานรากและตัวเร่งปฏิกิริยา แต่หากเราเปรียบเทียบกับจรรยาบรรณคุณลักษณะ จรรยาบรรณบุคลิกภาพ เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไร้ความจริงใจ เป็นแรงขับเคลื่อนพื้นฐานและเทคนิคที่แผ่ขยายอิทธิพล เพื่อต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วน ทางกลยุทธ์การวางอำนาจ ทักษะการสื่อสาร และพลังจิตเชิงบวก

7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง  รวบรวมหลักการพื้นฐานของประสิทธิผลของมนุษย์ อุปนิสัยพื้นฐาน อุปนิสัยปฐมภูมิ แทนค่าหลักการเที่ยงตรงภายในที่จะเป็นฐานรากของความสำเร็จและความสุขยั่งยืน

ก่อนที่เราจะศึกษาทำความเข้าใจอุปนิสัยเจ็ดข้อ เราจำเป็นต้องเข้าใจ กรอบความคิด  ของตัวเราและวิธีที่จะ เปลี่ยนกรอบความคิด เสียก่อน

ทั้งจรรยาบรรณคุณลักษณะและจรรยาบรรณบุคลิกภาพ เป็นตัวอย่างของกรอบความคิดทางสังคม คำว่า กรอบความคิด (paradigm) มาจากภาษากรีก เดิมทีนิยมใช้ในแวดวงวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันนำมาใช้แพร่หลายในบทสนทนาทั่วไป หมายความถึงต้นแบบ ทฤษฎี การรับรู้ การอนุมาน หรือกรอบอ้างอิง ความหมายทั่วไปคือ วิถีที่เรา มอง โลกมิใช่การมองเห็นด้วยดวงตา หากแต่เป็นการรับรู้การทำความเข้าใจ และการตีความ

หากจะเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน หนทางง่ายที่สุดที่จะเข้าใจกรอบความคิดก็คือ มองว่าเป็นแผนที่ เราทุกคนทราบกันดีแล้วว่า “แผนที่มิใช่ดินแดน” แผนที่เป็นเพียงกรอบอ้างอิง ชี้ให้เห็นจุดบางจุดในดินแดน นั่นคือ ความหมายแท้จริงของกรอบความคิด เป็นแต่เพียงทฤษฎี คำอธิบาย หรือต้นแบบของอะไรสักอย่าง

สมมติว่าคุณต้องการเดินทางไปยังจุดใดจุดหนึ่งกลางมหานครชิคาโก แผนที่ถนนของมหานครจะช่วยได้มาก ที่จะพาคุณไปยังจุดหมาย แต่ถ้าคุณได้รับแผนที่ผิดเมือง ความผิดพลาดจากการพิมพ์ แผนที่เมืองอื่นที่ตีตราว่า ชิคาโก แต่แท้จริงแล้วเป็นแผนที่ดีทรอยต์ พอจะวาดภาพความสับสนวุ่นวายใจขนาดหนักได้ไหม ในตอนที่พยายามเดินทางไปสู่เป้าหมาย?

คุณอาจจะปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรม ของตน ทำงานให้หนักขึ้นขยันยิ่งขึ้น เร็วยิ่งขึ้น แต่ความอุตสาหะจะประสบผลเพียงแค่พาคุณไปผิดที่หลงทางได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

คุณอาจจะปรับปรุง ทัศนคติ เปลี่ยนความคิดเป็นเชิงบวกเสมอ แต่คุณก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ (อาจเป็นได้ว่าคุณไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อมีทัศนคติในเชิงบวก คุณสุขใจไร้กังวลในที่ใหม่ที่ไปถึง)

“ทุกคราวที่เราคิดว่า ปัญหาอยู่ “ข้างนอก” ความคิดนั้นเองที่ป็นปัญหา เราให้อำนาจปัจจัยภายนอกแผ่เข้ามาควบคุมบงการตัวเรา กรอบความคิดเปลี่ยนไปเป็น “จากภายนอกสู่ภายใน” วิงวอนให้สิ่งที่อยู่ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปก่อนที่เราจะก่อความเปลี่ยนแปลงภายในได้”

บทเรียนทรงพลัง เพื่อการเปลี่ยนแปลงโฉมชีวิตส่วนบุคคล หนังสือยอดเยี่ยมที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้ เพราะ “นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ คือทำในสิ่งที่คนล้มเหลว ไม่อยากทำ”

เพียงแค่เราทำความเข้าใจกับตนเอง และสนองตอบความใคร่คิด เราก็จะรู้ว่า สิ่งที่เราปรารถนาคืออะไร? อย่าหยุดเพียงเพื่อ “รู้” แต่เราควรหยุดเมื่อไม่มีอะไรให้ “รู้”

หนังสือดี อย่าตั้งเอาไว้ แต่ควรหยิบมาอ่านและแนะนำให้คนอื่นได้อ่านอย่างเช่นที่เราอ่าน เพราะความรู้ เป็นภูมิความคิดที่เราได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์!!! และหนังสือเล่มนี้มีค่าดุจทองคำ เป็นภูมิความคิดที่อ่านแล้วทำให้คน “เปลี่ยน!

7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง

THE 7 HABITS OF HIGHLY EFFECTIVE PEOPLE

สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี จัดพิมพ์

สนใจติดต่อสอบถาม โทร.02 685 2299