Easter Day 2018 วันอีสเตอร์เทศกาลที่สำคัญของชาวคริสต์

Easter Day 2018 วันอีสเตอร์เทศกาลที่สำคัญของชาวคริสต์

15444
Easter-2018
Easter-2018

Easter Day 2018 วันอีสเตอร์เทศกาลที่สำคัญของชาวคริสต์

คุณรู้หรือไม่ว่าวันอีสเตอร์ มีความสำคัญอย่างไรกับชาวคริสต์ ทำไมถึงมีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ทั่วโลก  ทำไมแต่ละปีวันอีสเตอร์ไม่เคยตรงกันเลยสักวัน  และสัญลักษณ์ของอีสเตอร์มาจากไหน  คำถามมากมายชวนให้สงสัยกัน  และ เรามีคำตอบสำหรับ Easter day 2018  รวมถึงมาทำความรู้จักวันอีสเตอร์กันว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญของชาวคริสต์

ความสำคัญของอีสเตอร์

อีสเตอร์ คือ เทศกาลศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์  เพื่อระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์  เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดในปฏิทินของพระศาสนจักร และเป็นหัวใจแห่งความเชื่อศรัทธาของคริสตชนทั้งปวง

คำว่า “อีสเตอร์ ” ที่นำมาใช้สำหรับการฉลองนั้นมาจากคำว่า “EOSTRE”  เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งฤดูใบไม้ผลิของพวกทูโทนิค และเป็นเทพเจ้าแห่งการฟื้นคืนชีพอีกด้วย เพราะก่อนถึงฤดูนี้ ต้นไม้ ใบหญ้า ดอกร่วงหล่นเหลือแต่ซาก พอถึงฤดูใบไม้ผลิมันจะกลับผลิดอกออกใบมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นฤดูใบไม้ผลิ จึงถูกนำมาเปรียบกับการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูด้วย จึงเรียกวันนี้ว่า “อีสเตอร์”

การนับวันอีสเตอร์ตามปฏิทินเทศกาลของคริสตจักรสากล (The Universal Christian Year)

ปฏิทินในรอบปีของเทศกาลต่างๆ ที่คริสตจักรสากลถือปฏิบัติร่วมกัน ทั้งพระศาสนจักรของโรมันคาทอลิกและคริสตจักรของโปรเตสแตนต์ ต่างยึดเอาวันคืนพระชนม์ (Easter) เป็นหลักซึ่งในแต่ละปีวันคืนพระชนม์จะไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะตรงกับวันไหน เพราะขึ้นอยู่กับการนับวันตามจันทรคติ คือถือเอาวันอาทิตย์แรกหลังวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 เป็นวันคืนพระชนม์ โดยปกติแล้วมักจะอยู่หลังวันที่ 21 ของเดือนมีนาคม

วันอีสเตอร์ Easter Sunday

Easter Sunday
Easter Sunday

Easter Sunday  เป็นวันอีสเตอร์หนึ่งที่มีการเฉลิมฉลองของชาวคริสเตียนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นวันที่ได้ไว้อาลัยการฟื้นพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์จากความตายและถูกเขียนไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ล

ชาวคริสเตียนทั้งหลายทั่วโลกเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์โดยมีพิธีกรรมในโบสถ์ ดนตรี แสงเทียน ดอกไม้และเสียงของระฆังในโบสถ์ ขบวนอีสเตอร์ถูกจัดขึ้นในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์และสเปน ชาวคริสเตียนคิดว่าอีสเตอร์เป็นเหมือนงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี  สำหรับปีนี้ (2018)  วันEaster Sunday จะตรงกับวันที่  1 เมษายน หรือ วัน  April Fool Day นั้นเอง

ประวัติของวัน Easter Sunday
ชาวคริสเตียนทั้งหลายจะเฉลิมฉลอง Easter Sunday เหมือนกับเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ฟื้นพระชนม์ชีพขึ้น ซึ่งถูกเขียนลงใน New Testament เล่มใหม่ของคัมภีร์ไบเบิ้ล ตามที่ Gospel of John ใน New Testament, Mary Magdalene ได้มาที่หลุมฝังศพของพระเยซูที่ถูกเผาและพบว่ามันว่างเปล่าและนางฟ้าได้บอกเธอว่าพระเยซูได้ฟื้นพระชนม์ชีพขึ้น

วันอีสเตอร์ Easter Monday

Easter Monday
Easter Monday

ชาวคริสเตียนหลายๆคนจากทั่วโลกเฉลิมฉลองวัน Easter Monday เหมือนเป็นวันหยุดพักผ่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายๆประเทศจะให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ Easter Monday เป็นวันที่ทำให้หลายๆคนได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ออกไปเที่ยวนอกบ้านในประเทศของตนเอง เช่น ประเทศออสเตรเลียและประเทศแคนาดา มีขบวนพาเหรด Easter จัดขึ้นในบางแห่งจากทั่วโลกในวัน Easter Monday ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า Dyngus หรือ Splash Monday เป็นการเล่นน้ำของชาวชุมชนโปแลนด์จำนวนมากซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กๆมักจะเล่นน้ำกัน

ประวัติของวัน Easter Monday

วัน Easter Monday เดิมถูกเรียกว่าเป็นวันแห่งความโชคร้ายและเป็นที่รู้จักกันในนามว่า Black Monday (White Monday ที่ประเทศกรีซ) หลายพื้นที่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ทำให้มีการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตในระหว่างการเดินทางของกองทัพ แต่วันจันทร์มันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นวันแห่งความโชคร้าย ซึ่งหมายถึงการกลับเรียนหลังจากวันหยุด สำหรับเด็กนักเรียนจำนวนมาก Easter ยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นวัน Bloody Monday

ดอกไม้อีสเตอร์

สำหรับเทศกาลอีสเตอร์ ดอกไม้ประจำเทศกาลนี้คือดอกลิตเติ้ลเดซี่ (Little Daisy) ที่เบ่งบานประกาศการกลับมาของฤดูใบไม้ผลิ แม้บางพื้นที่ดอกไม้นี้จะออกดอกเกือบทั้งปี แต่เดือนที่มีการเบ่งบานมาที่สุดคือช่วงเดือนมีนาคม – ตุลาคม นอกจากนี้ยังมี ดอกลิลลี่สีขาว ที่มีเชื่อมโยงกับเทศกาลอีสเตอร์เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์

ดอกลิลลี่
ดอกลิลลี่

 

ดอกเดซี่
ดอกเดซี่
สัญลักษณ์ของเทศกาลอีสเตอร์

Easter Eggs : ไข่อีสเตอร์ 

ไข่อีสเตอร์ (Easter Egg) สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ชีวิต และการเกิดใหม่ ไข่มีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลอีสเตอร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ในช่วงเวลาถือศีลอดของชาวยิว จะห้ามกินไข่ หลังจากแม่ไก่ออกไข่ ไข่เหล่านั้นจะถูกเก็บไว้ จนกว่าถึงวันอีสเตอร์ หลังการให้ศีลให้พรแล้ว ไข่ที่ทาสีจนสวยงามจะถูกนำมามอบให้กับเด็กๆ

ไข่อีสเตอร์
ไข่อีสเตอร์

Easter Bunny : กระต่ายอีสเตอร์
กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของ “ชีวิตใหม่” เนื่องจากกระต่ายจะออกลุกดกในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกระต่ายนี้ จะเน้น “การมีชีวิตใหม่” มากกว่าการเน้น “การเป็นขึ้นจากความตาย” มาดูที่ความเชื่อโบราณของคนอียิปต์ กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของ “ดวงจันทร์” ประกอบกับการยึดเอาปฏิทินทางจันทรคติมาเป็นตัวกำหนดวันอีสเตอร์ในแต่ละปี ด้วย ดังนั้นกระต่ายจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของอีสเตอร์ไปเลย

Easter Bunny
Easter Bunny

ด้านตำนานสมัยใหม่เกี่ยวกับกระต่ายคือ สตรีนางหนึ่งซ่อนไข่อีสเตอร์ไว้สำหรับลูกๆของนางในช่วงที่อาหารขาดแคลน  ในขณะที่เด็กๆหาไข่ที่คุณแม่ซ่อนไว้นั้น พวกเขาพบกระต่ายตัวโตตัวหนึ่งกระโดนออกไปจากหลุมที่ซ่อนไข่นั้น พวกเด็กๆจึงเข้าใจว่า กระต่ายเป็นผู้เอาไข่มาให้พวกเขา ดังนั้นเรื่องของกระต่ายจึงกลายเป็นธรรมเนียมอีสเตอร์ขึ้นมาทันที

Cr: educatepark/ maanow

หากคุณมีเรื่องราวไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ Alive Around ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ความงาม ร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิค แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดคูล เทรนด์การตกแต่งบ้าน งานศิลปะ การออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ หรือแม้แต่ข่าวสาร และเกร็ดความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์ งานอีเว้นท์ เทคโนโลยี แก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สามารถติดต่อกับทีม Admin ของเราได้ที่ www.alivearound.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น