<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รีวิวหนังสือ &#8211; www.alivearound.com</title>
	<atom:link href="https://alivearound.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alivearound.com</link>
	<description>เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ทันสมัย ให้คุณเกาะติดเทรนด์ ทั้งโซเชียล ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ร้านอาหาร ท่องเที่ยว การออกแบบ อสังหาฯ ตกแต่งบ้าน เทคโนโลยี Gadget หรืองานอีเว้นท์ต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาด กับ AliveAround.com</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Mar 2018 07:04:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>รีวิวหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind</title>
		<link>https://alivearound.com/lifestyle/book/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Turnoff]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Mar 2018 02:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Secret of Millionaire Mind]]></category>
		<category><![CDATA[T.Harv Eker]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีคิดคนรวย]]></category>
		<category><![CDATA[ไขความลับสมองเงินล้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alivearound.com/?p=1056</guid>

					<description><![CDATA[รีวิวหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind “ให้เวลาผมคุยกับคุณ5นาที แล้วผมจะสามารถทำนายอนาคตทางการเงินทั้งชีวิตของคุณได้”  ประโยคเด็ดของ T.Harv Eker ผู้เขียนหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind          หนังสือเล่มนี้พูดถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยชี้ให้เห็นว่าคนรวยและคนจนมีวิธีคิดต่างกันอย่างไร เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน  เลยเอาหนังสือมาสรุปย่อๆให้เพื่อนๆได้อ่านกัน           Eker กล่าวว่าผลลัพธ์ซึ่งก็คือความร่ำรวย จริงๆแล้วมาจากภายในตามโมเดลข้างล่างนี้ &#160; ความคิด &#62; ความรู้สึก &#62; การกระทำ &#62;  ผลลัพธ์ &#160; ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนผลลัพธ์ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนข้างในก่อนซึ่งก็คือ ความคิด ความรู้สึก และการกระทำ   เช่น ถ้าอยากรวยก็ต้องเปลี่ยนความคิดให้เหมือนคนรวยดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างคนรวยกับคนจนดังนี้ คนรวยกับคนจนคิดแตกต่างกันอย่างไร คนรวยเชื่อว่าตนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้โดยตั้งใจทำงานหนักและจดจ่อกับเรื่องที่ทำ ศึกษาเรื่องต่างๆให้เชี่ยวชาญทั้งเรื่องการตลาด การขาย ผลิตภัณฑ์ กฎหมายและบัญชีต่างๆ และที่สำคัญคือทักษะด้านการบริหารคนค่ะ เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้   ส่วนคนจนมักคิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดยมักปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา โทษบุญกรรม เศรษฐกิจ หรือรัฐบาล โดยมักจะมีคำพูดปลอบใจตัวเองเสมอว่าเงินไม่สำคัญ คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะคนจนแค่เล่นเกมเพื่อไม่ให้แพ้  คนรวยมักจะคิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะร่ำรวย มั่งคั่ง โดยคิดพัฒนาตัวเอง พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมอยู่เสมอ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ แต่คนจนแค่คิดว่าทำอย่างไรจึงจะจ่ายค่าบิลสิ้นเดือนนี้ได้ และขอแค่ไม่อดตายก็พอ สำหรับคนชนชั้นกลางซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ(สหรัฐอเมริกา) Eker กล่าวว่าคนชนชั้นกลางแค่ขอมีชีวิตสบายๆก็พอ  ซึ่งการอยากมีชีวิตสบายๆนั้นไม่มีทางทำให้คุณร่ำรวยขึ้นมาได้  ถ้าอยากรวยคุณต้องทุ่มเทและทำงานหนัก คุณจะต้องเหนื่อยในช่วงแรกอย่างแน่นอน คนรวยมุ่งมั่นที่จะรวยแต่คนจนแค่อยากรวย สองอย่างนี้แตกต่างโดยการกระทำ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">รีวิวหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind</p>
<p style="text-align: center;"><strong>“</strong><strong>ให้เวลาผมคุยกับคุณ</strong><strong>5นาที แล้วผมจะสามารถทำนายอนาคตทางการเงินทั้งชีวิตของคุณได้” </strong></p>
<p><iframe width="696" height="392" src="https://www.youtube.com/embed/hX5ESPsJ8WI?feature=oembed" frameborder="0" allow="autoplay; encrypted-media" allowfullscreen></iframe></p>
<p style="text-align: center;">ประโยคเด็ดของ T.Harv Eker ผู้เขียนหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind</p>
<p>         หนังสือเล่มนี้พูดถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยชี้ให้เห็นว่าคนรวยและคนจนมีวิธีคิดต่างกันอย่างไร เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน  เลยเอาหนังสือมาสรุปย่อๆให้เพื่อนๆได้อ่านกัน</p>
<p style="text-align: center;">          Eker กล่าวว่าผลลัพธ์ซึ่งก็คือความร่ำรวย จริงๆแล้วมาจากภายในตามโมเดลข้างล่างนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">ความคิด &gt; ความรู้สึก &gt; การกระทำ &gt;  ผลลัพธ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนผลลัพธ์ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนข้างในก่อนซึ่งก็คือ ความคิด ความรู้สึก และการกระทำ   เช่น ถ้าอยากรวยก็ต้องเปลี่ยนความคิดให้เหมือนคนรวยดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างคนรวยกับคนจนดังนี้</p>
<p><strong><u>คนรวยกับคนจนคิดแตกต่างกันอย่างไร</u></strong></p>
<ol>
<li><strong>คนรวยเชื่อว่าตนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้</strong>โดยตั้งใจทำงานหนักและจดจ่อกับเรื่องที่ทำ ศึกษาเรื่องต่างๆให้เชี่ยวชาญทั้งเรื่องการตลาด การขาย ผลิตภัณฑ์ กฎหมายและบัญชีต่างๆ และที่สำคัญคือทักษะด้านการบริหารคนค่ะ เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้   ส่วนคนจนมักคิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดยมักปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา โทษบุญกรรม เศรษฐกิจ หรือรัฐบาล โดยมักจะมีคำพูดปลอบใจตัวเองเสมอว่าเงินไม่สำคัญ</li>
<li><strong>คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะคนจนแค่เล่นเกมเพื่อไม่ให้แพ้</strong>  คนรวยมักจะคิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะร่ำรวย มั่งคั่ง โดยคิดพัฒนาตัวเอง พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมอยู่เสมอ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ แต่คนจนแค่คิดว่าทำอย่างไรจึงจะจ่ายค่าบิลสิ้นเดือนนี้ได้ และขอแค่ไม่อดตายก็พอ สำหรับคนชนชั้นกลางซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ(สหรัฐอเมริกา) Eker กล่าวว่าคนชนชั้นกลางแค่ขอมีชีวิตสบายๆก็พอ  ซึ่งการอยากมีชีวิตสบายๆนั้นไม่มีทางทำให้คุณร่ำรวยขึ้นมาได้  ถ้าอยากรวยคุณต้องทุ่มเทและทำงานหนัก คุณจะต้องเหนื่อยในช่วงแรกอย่างแน่นอน</li>
<li><strong>คนรวยมุ่งมั่นที่จะรวยแต่คนจนแค่อยากรวย </strong>สองอย่างนี้แตกต่างโดยการกระทำ คนรวยคิดวางแผนและลงมือปฏิบัติเพื่อให้ตนร่ำรวย   แต่คนจนคิดอยากจะรวยแต่ไม่ลงมือทำ  น้อยคนนักที่จะก้าวออกมาจากComfort Zone และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง</li>
<li><strong>คนรวยคิดการใหญ่คนจนคิดเล็ก</strong>   คนรวยมักจะคิดการใหญ่ว่าจะทำยังไงให้โลกน่าอยู่ขึ้น จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้อย่างไร ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาให้ผู้คนได้  ซึ่งการโฟกัสที่การแก้ปัญหานี้แหละที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นร่ำรวย เพราะปัญหาหมายถึงโอกาส ยิ่งคุณแก้ปัญหาให้คนได้เยอะเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรวยเท่านั้น  ดังนั้น จำไว้เสมอว่าที่ไหนมีปัญหา ที่นั้นมีโอกาสรออยู่เสมอ</li>
<li><strong>คนรวยมองโอกาสมากกว่าอุปสรรค</strong>  คนจนมักจะมีข้ออ้างที่จะไม่ทำสิ่งต่างๆเสมอเพราะเริ่มต้นมองทุกอย่างที่อุปสรรคหรือเรียกได้ว่าข้ออ้างเยอะ แต่คนรวยจะมองที่โอกาส แล้วค่อยประเมินความเสี่ยง เมื่อคิดรอบคอบแล้วค่อยลงมือทำ จงมองปัญหาของผู้คนเป็นโอกาส ถ้าคุณสามารถแก้ปัญหาให้ผู้คนได้คุณก็สามารถรวยได้</li>
<li><strong>คนรวยจะชื่นชมคนรวยและประสบความสำเร็จด้วยกัน! </strong>ส่วนคนจนมักจะอิจฉาและคบกับคนจนด้วยกันซึ่งการชื่นชมคนรวยนั้นจะดึงดูดให้เราคบหาสมาคมกับคนรวยและยิ่งเราอิจฉาคนรวยจะยิ่งทำให้เราห่างไกลจากคนรวยมากขึ้น</li>
<li><strong>คนรวยชอบคบหาคนรวยและคนที่มีความคิดบวก</strong>เนื่องจากจะส่งพลังบวกให้กันและกัน นอกจากนี้การคบกับคนคิดบวก ก็จะทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆดีๆอีกด้วย คนรวยจะเลือกคบคนที่ส่งเสริมและพัฒนาความคิดตนเอง</li>
<li><strong>คนรวยชอบโปรโมทตัวเอง และโปรโมทความเชื่อของตัวเอง </strong>หลายคนคงคิดว่าทำไมคนรวยชอบโม้เรื่องตัวเอง ก็เพราะเขามีความเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ดีและเขากล้าที่จะโปรโมทสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้คนรวยยังรู้ว่าเขาไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ การจะทำธุรกิจใดๆต้องมีคนหรือลูกน้องมาช่วย ดังนั้นทักษะที่คนรวยต้องมีก็คือการบริหารจัดการคนจะทำอย่างไรให้สามารถดึงคนเก่งๆเข้ามาทำงานด้วย</li>
<li><strong>คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่</strong>คนรวยคิดว่าปัญหาและอุปสรรคจะทำให้เราเก่งขึ้น แกร่งขึ้น หรือคิดย้อนกลับว่าปัญหานี้จะสอนอะไรกับเรา บทเรียนที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไรและไม่ทำผิดพลาดซ้ำสอง คนจนมักมองทุกอย่างเป็นปัญหาและบ่น ยิ่งคุณบ่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างพลังงานด้านลบและดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต</li>
<li><strong>คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยมคนจนเป็นผู้รับที่ยอดแย่</strong>  คนรวยคิดเสมอว่าตนสมควรได้รับเงินจากสิ่งที่ตนทำ คนจนมักคิดว่าตนไม่มีคุณค่า</li>
<li><strong>คนรวยเลือกรับเงินจากผลงาน คนจนมักเลือกรับเงินตามระยะเวลางาน</strong>คนรวยเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและความสามารถของตนเอง ส่วนคนจนเลือกความมั่นคงเป็นหลักก็คือการขายเวลาแลกเงินซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่เวลาของเรามีค่อนข้างจำกัด ดังนั้นเป็นไปได้ยากที่คุณจะสามารถร่ำรวยขึ้นมาจากการขายเวลาของคุณแลกกับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว</li>
<li><strong>คนรวย“เลือกทั้งสองทาง” คนจนเลือก “ทางใดทางหนึ่ง” </strong>คนรวยมักคิดเสมอว่าสามารถทำงานหรือทำธุรกิจให้ร่ำรวยพร้อมทั้งมีครอบครัวที่อบอุ่นไปพร้อมๆกันได้ เพราะจริงๆแล้วทั้งสองอย่างจะเสริมกัน เมื่อคุณมีความสัมพันธ์และครอบครัวที่ดีคุณก็จะมีพลังในการทำงานหรือธุรกิจ แต่คนจนมักคิดว่าถึงฉันไม่รวยแต่ก็มีครอบครัวอบอุ่น โดยมีความเข้าใจผิดๆว่าถ้าฉันรวยฉันจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว ถ้าฉันทุ่มเทเวลาให้กับงาน ครอบครัวของฉันจะไม่อบอุ่น ความเป็นจริงแล้วขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเวลาของคุณมากกว่า</li>
<li><strong>คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน</strong>คนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงาน หากคุณกำลังอยู่ในระหว่างทางสร้างตัวขึ้นมา แนะนำว่าให้นำรายได้จากการทำงานไปเปลี่ยนเป็นทรัพย์สิน เช่น ธุรกิจ หุ้นและอสังหาริมทรัพย์</li>
<li><strong>คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน</strong>แต่คนจนเก่งเรื่องการบริหารเงินแบบผิดๆ   คนรวยมักจะลงทุนต่อยอดในการซื้อทรัพย์สินแต่คนจนหรือคนชนชั้นกลางมักจะเป็นหนี้เป็นสินเพื่อของไร้สาระ เช่นของที่ซื้อมาเพื่อแสดงฐานะและอวดคนอื่น</li>
<li><strong>คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเองคนจนทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมา  </strong>คนรวยมักลงทุนและมีรายได้จากหลายๆทาง เช่น ธุรกิจ หุ้น อสังหาริมทรัพย์  แต่คนจนมักมีรายได้ทางเดียวคือซึ่งเป็นรายได้จากการทำงาน แถมยิ่งรายได้เยอะขึ้นเท่าไรก็ยิ่งมีรายจ่ายเยอะขึ้นเท่านั้น</li>
<li><strong>คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้หวาดกลัวคนจนมักให้ความกลัวหยุดยั้งตนเอง</strong>  ข้อนี้สำคัญมากๆเพราะทุกคนต่างมีความกลัว โดยเฉพาะกลัวความล้มเหลว  แต่ถ้าเรามีความเชี่ยวชาญและคิดวางแผนอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว คงเหลือเพียงแค่ลงมือทำและมุ่งไปข้างหน้าแล้วละค่ะ</li>
<li><strong>คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดเวลา</strong><strong>คนจนคิดว่าตนรู้ดีอยู่แล้ว</strong>  คนรวยจะใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดเวลาส่วนคนจนจะคิดว่าตนรู้ทุกอย่างแล้วเหมือนน้ำเต็มแก้ว โดยเฉพาะโลกในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นล้าหลังทันที</li>
</ol>
<p>ลองนำ17ข้อข้างต้นไปปรับใช้กันนะคะ ใครนำไปปรับใช้แล้วได้ผลอย่างไรก็คอมเมนต์บอกกันด้วยนะคะ</p>
<p>หากคุณมีเรื่องราว<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/">ไลฟ์สไตล์</a>ที่น่าสนใจ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ <a href="https://alivearound.com/">Alive Around</a> ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทเทรนด์แฟชั่น <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/beauty/">ความงาม</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/food/">ร้านอาหาร</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/food/">คาเฟ่สุดชิค</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/travel/">แหล่งท่องเที่ยว</a> หรือ<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/hangout/">สถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดคูล</a> <a href="https://alivearound.com/category/home-decor/diy-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/">เทรนด์การตกแต่งบ้าน</a> <a href="https://alivearound.com/category/art-design/">งานศิลปะ</a> <a href="https://alivearound.com/category/art-design/design-trend/">การออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่</a> หรือแม้แต่<a href="https://alivearound.com/">ข่าวสาร</a> และ<a href="https://alivearound.com/category/property/">เกร็ดความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์</a> <a href="https://alivearound.com/category/happenings/event/">งานอีเว้นท์</a> <a href="https://alivearound.com/category/technology/">เทคโนโลยี</a> <a href="https://alivearound.com/category/technology/gadget/">แก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุด</a> ที่ตอบโจทย์<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/">ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่</a> สามารถติดต่อกับทีม Admin ของเราได้ที่ <a href="https://alivearound.com/">www.alivearound.com</a> โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก</p>
<p>www.adrianniculescu.com</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือทำเล็กๆทีละน้อย ค่อยๆทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณ</title>
		<link>https://alivearound.com/lifestyle/855/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Turnoff]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Mar 2018 02:25:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีที่ประเทศญี่ปุ่นใช้หลังสงครามโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนทีละน้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alivearound.com/?p=855</guid>

					<description><![CDATA[ทำเล็กๆทีละน้อย ค่อยๆทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณ One Small Step Can Change Your Life &#8211; The Kaizen Way            วันหนึ่งดิฉันเกิดความสงสัยว่าประเทศบนหมู่เกาะเล็กๆที่แพ้สงครามโลกครั้งที่2ทำไมอยู่ๆถึงพลิกกลับมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลกได้ภายในระยะเวลาไม่กี่สิบปี วันนั้นดิฉันได้พบหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดเผยวิธีที่ประเทศญี่ปุ่นใช้ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมหลังสงครามโลกครั้งที่2 จนกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก น่าสนใจไหมละคะวิธีนี้! คิดดูว่าถ้าเราสามารถนำวิธีนี้มาปรับใช้กับการพัฒนาตัวเองได้จะดีขนาดไหน ปกติธรรมชาติของคนญี่ปุ่นจะกลัวความเสี่ยง ดังนั้นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะไม่เสี่ยงแล้ว ยังทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มากกว่าที่คุณคิด ดิฉันเลยสรุปรีวิวเนื้อหาย่อ ๆมาฝากนักอ่านทุกท่านที่สนใจอยากจะพัฒนาตัวเองโดยใช้เทคนิค Kaizen ดังนี้คะ ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงอะไร หรือพัฒนาด้านไหน ให้ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆที่ใคร ๆก็สามารถทำได้ เช่น ฉันจะลดน้ำหนัก ก็ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเดินย่ำเท้าขณะดูทีวีทุกวัน วันละ1นาที ใช้คำถามที่ถูกต้องกับคนตอบ เช่นถ้าเราคุยกับลูกน้อง อย่าถามคำถามที่ยากหรือใหญ่เกินไปเพราะจะสร้างความกดดันให้ลูกน้อง ถามคำถามที่พอดี ๆกับแต่ละคนเพราะคนเราชอบการถามคำถามมากกว่าการออกคำสั่ง หลักการในการตั้งคำถามมีดังต่อไปนี้ &#8211; ควรตั้งคำถามเล็ก ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป &#8211; ถ้าตั้งคำถามที่ใหญ่เกินไปจะสร้างความกดดันและปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ &#8211; คำถามเล็ก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ทำเล็กๆทีละน้อย ค่อยๆทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณ</strong></p>
<figure id="attachment_856" aria-describedby="caption-attachment-856" style="width: 316px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-856" src="https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/03/kaizen.jpg" alt="รีวิวหนังสือทำเล็กๆทีละน้อย ค่อยๆทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณ" width="316" height="466" srcset="https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/03/kaizen.jpg 316w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/03/kaizen-203x300.jpg 203w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/03/kaizen-285x420.jpg 285w" sizes="(max-width: 316px) 100vw, 316px" /><figcaption id="caption-attachment-856" class="wp-caption-text">รีวิวหนังสือทำเล็กๆทีละน้อย ค่อยๆทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณ</figcaption></figure>
<p style="text-align: center;"><strong>One Small Step Can Change Your Life &#8211; The Kaizen Way</strong></p>
<p>           วันหนึ่งดิฉันเกิดความสงสัยว่าประเทศบนหมู่เกาะเล็กๆที่แพ้สงครามโลกครั้งที่2ทำไมอยู่ๆถึงพลิกกลับมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลกได้ภายในระยะเวลาไม่กี่สิบปี วันนั้นดิฉันได้พบหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดเผยวิธีที่ประเทศญี่ปุ่นใช้ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมหลังสงครามโลกครั้งที่2 จนกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก น่าสนใจไหมละคะวิธีนี้! คิดดูว่าถ้าเราสามารถนำวิธีนี้มาปรับใช้กับการพัฒนาตัวเองได้จะดีขนาดไหน ปกติธรรมชาติของคนญี่ปุ่นจะกลัวความเสี่ยง ดังนั้นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะไม่เสี่ยงแล้ว ยังทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มากกว่าที่คุณคิด ดิฉันเลยสรุปรีวิวเนื้อหาย่อ ๆมาฝากนักอ่านทุกท่านที่สนใจอยากจะพัฒนาตัวเองโดยใช้เทคนิค Kaizen ดังนี้คะ</p>
<ol>
<li>ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงอะไร หรือพัฒนาด้านไหน ให้ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆที่ใคร ๆก็สามารถทำได้ เช่น ฉันจะลดน้ำหนัก ก็ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเดินย่ำเท้าขณะดูทีวีทุกวัน วันละ1นาที</li>
<li>ใช้คำถามที่ถูกต้องกับคนตอบ เช่นถ้าเราคุยกับลูกน้อง อย่าถามคำถามที่ยากหรือใหญ่เกินไปเพราะจะสร้างความกดดันให้ลูกน้อง ถามคำถามที่พอดี ๆกับแต่ละคนเพราะคนเราชอบการถามคำถามมากกว่าการออกคำสั่ง หลักการในการตั้งคำถามมีดังต่อไปนี้</li>
</ol>
<p>&#8211; ควรตั้งคำถามเล็ก ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป</p>
<p>&#8211; ถ้าตั้งคำถามที่ใหญ่เกินไปจะสร้างความกดดันและปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์</p>
<p>&#8211; คำถามเล็ก ๆจะทำให้เราเอาชนะ<strong>ความกลัว</strong>และปมในใจได้ ใช้ได้กับทั้งด้านสุขภาพ การเงิน ความรัก ความสัมพันธ์ และในทุก ๆ เรื่อง</p>
<p>&#8211; ถ้าเรามีเป้าหมายที่เฉพาะ เจาะจง ให้ตั้งคำถามว่า อะไรคือขึ้นตอนเล็ก ๆที่ต้องทำเพื่อไปถึงเป้าหมายนั้น</p>
<ol start="3">
<li>คิดถึงเรื่องเล็ก ๆในการจัดระเบียบจิตใจ โดยการจินตนาการสิ่งที่คุณจะทำโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น นักกีฬาว่ายน้ำที่จะลงแข่งก็ให้จินตนาการถึงจังหวะที่คุณว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว กลับตัวอย่างสวยงาม และเข้าถึงเส้นชัย เทคนิคนี้ก็คล้ายๆกับเทคนิค Visualization แต่ต้องจินตนาการถึงประสาทสัมผัสทั้ง 5 รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส</li>
<li>การลงมือทำเล็ก ๆ เช่น ถ้าเราตั้งเป้าให้ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ก็แค่เอาของออกจากตะกร้า 1 ชิ้นก่อนจ่ายเงิน ลองนำความตั้งใจที่มี มาซอยย่อยว่าต้องทำอะไรอย่างไร แบบค่อยเป็นค่อยไปทีละเล็กละน้อย ขั้นตอนเล็ก ๆที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถทำได้</li>
<li>ฝึกแก้ปัญหาเล็ก ๆ อย่าละเลยสัญญานเตือนภัยเล็ก ๆ</li>
</ol>
<p>&#8211; ลองนึกถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เคยทำในชีวิต มันมีสัญญาณเตือนก่อนหน้าไหม แล้วเราทำอย่างไร ได้หยุดเพื่อมองและแก้ปัญหาก่อนไหม</p>
<p>&#8211; นึกถึงข้อผิดพลาดของตัวคุณในวันนี้โดยไม่โกรธตัวเอง และลองวิเคราะห์ดูว่าสิ่งนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าหรือไม่ เช่น วันนี้ลืมกุญแจ ให้วิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร ถ้าคุณรู้สึกว่าความผิดพลาด บ่งชี้ปัญหาสำคัญในชีวิต ให้ใช้วิธี Kaizen ในตั้งคำถามเพื่อแก้ไข</p>
<ol start="6">
<li>ให้รางวัลเล็ก ๆกับตัวเองให้สมกับเป้าหมายนั้น ๆ</li>
<li>ใช้ประโยชน์จาก &#8220;ช่วงเวลาเล็ก ๆ&#8221; ที่สำคัญแต่คนอื่น ๆมองข้าม ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักเกิดจากการใส่ใจจุดเล็ก ๆ ให้ฝึกสังเกตสิ่งเล็ก ๆรอบตัว</li>
<li>ใช้ไคเซ็นเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต ไคเซ็นคือความเชื่อมั่นในร่างกาย และสมองที่จะพาเราไปทุกที่ที่เราต้องการด้วยวิธีการ หรือขั้นตอนเล็ก ๆ น้อย ๆซึ่งจะทำให้คุณก้าวหน้ากว่าที่คิด</li>
</ol>
<p>ดิฉันแนะนำให้อ่านเล่มเต็มเพราะจะมีการยกตัวอย่างวิธีการใช้แต่ละเทคนิคและตัวอย่างคนที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จ นอกจากนี้หนังสือยังบรรยายอ่านง่ายและทำให้เห็นภาพ สำหรับดิฉันแนะนำให้เพื่อนๆอ่านหนังสือเล่มนี้ รับรองคุ้มค่าแน่นอนคะ</p>
<p>หากคุณมีเรื่องราว<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/">ไลฟ์สไตล์</a>ที่น่าสนใจ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ <a href="https://alivearound.com/">Alive Around</a> ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทเทรนด์แฟชั่น <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/beauty/">ความงาม</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/food/">ร้านอาหาร</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/food/">คาเฟ่สุดชิค</a> <a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/travel/">แหล่งท่องเที่ยว</a> หรือ<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/hangout/">สถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดคูล</a> <a href="https://alivearound.com/category/home-decor/diy-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/">เทรนด์การตกแต่งบ้าน</a> <a href="https://alivearound.com/category/art-design/">งานศิลปะ</a> <a href="https://alivearound.com/category/art-design/design-trend/">การออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่</a> หรือแม้แต่<a href="https://alivearound.com/">ข่าวสาร</a> และ<a href="https://alivearound.com/category/property/">เกร็ดความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์</a> <a href="https://alivearound.com/category/happenings/event/">งานอีเว้นท์</a> <a href="https://alivearound.com/category/technology/">เทคโนโลยี</a> <a href="https://alivearound.com/category/technology/gadget/">แก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุด</a> ที่ตอบโจทย์<a href="https://alivearound.com/category/lifestyle/">ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่</a> สามารถติดต่อกับทีม Admin ของเราได้ที่ <a href="https://alivearound.com/">www.alivearound.com</a> โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
