<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมุนไพร &#8211; www.alivearound.com</title>
	<atom:link href="https://alivearound.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alivearound.com</link>
	<description>เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ทันสมัย ให้คุณเกาะติดเทรนด์ ทั้งโซเชียล ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ร้านอาหาร ท่องเที่ยว การออกแบบ อสังหาฯ ตกแต่งบ้าน เทคโนโลยี Gadget หรืองานอีเว้นท์ต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาด กับ AliveAround.com</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Sep 2021 11:41:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>เราต้องรอด!! รวมวิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด</title>
		<link>https://alivearound.com/lifestyle/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Turnoff]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 11:41:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินต้านโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินสร้างภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรต้านโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทยต้านโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alivearound.com/?p=6761</guid>

					<description><![CDATA[เราต้องรอด!! รวมวิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด ในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ เราต่างก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้น อะไรที่สามารถป้องกันตัวเองได้ก็เรียกว่าต้องจัดกันมาหมด โดยเฉพาะวิตามิน อาหารเสริมอะไรที่เขาบอกว่าสามารถเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิดได้ ถ้ามันไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย การทานวิตามินเหล่านี้ก็จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ดังนั้นบทความนี้เราจะมาดูกันว่าวิตามินต้านโควิดมีอะไรบ้าง โควิดเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และมักพบในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอในประเทศไทยมีสมุนไพรรักษาโควิดอยู่มากมายซึ่งรวมถึงสมุนไพรไทยหลายชนิดสมุนไพรไทยที่นิยมรักษาโควิดได้แก่ ภูมิคุ้มกันที่ดีคือวิตามินป้องกันโรคได้ดีที่สุด สิ่งที่จะมาช่วยให้เราห่างไกลจากการติดเชื้อ นั่นคือร่างกายของเราจะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี ดังนั้นวิตามินที่จะมามีบทบาทที่จะป้องกันโรค จึงควรเป็นวิตามินที่คุณสมบัติช่วยฟื้นฟูระบบคุ้มกันโรคนั่น ซึ่วิตามินต้านโควิดมีดังนี้ วิตามินซี ขึ้นชื่อว่าวิตามินซีถือว่าเป็นวิตามินที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกหากวิตามินซีจะกลายมาเป็นวิตามินต้านโควิด โดยสามารถทานวิตามินซีขนาด 500-2000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี ช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวและช่วยกระบวนการทำลายเชื้อโรค แต่ทั้งนี้ ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนทานทุกครั้ง โดยเฉพาะในเด็ก เพราะนอกจากตัววิตามินในรูปแบบเม็ดแล้ว เรายังสามารถหาวิตามินต้านโควิดได้จากผลไม้และผักต่าง ๆ อีกด้วย เช่น ฝรั่ง ส้ม เชอร์รี่ เบอร์รี่ต่าง ๆ ฯลฯ วิตามินดี อย่างที่เราทราบกันดีว่าวิตามินดีมีหน้าที่ในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย แต่อีกบทบาทของวิตามินดีก็คือการเป็นวิตามินต้านโควิด ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวโมโนไซต์และมาโครฟาจซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สำคัญในการช่วยลดการอักเสบ ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม โดยปกติแล้วเราสามารถหาวิตามินดีได้จากการรับแดดอ่อน ๆ ช่วงเช้า หรือจากอาหารประเภทปลาต่าง ๆ นม ไข่แดง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เราต้องรอด</strong><strong>!! รวมวิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด</strong></p>
<p>ในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ เราต่างก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้น อะไรที่สามารถป้องกันตัวเองได้ก็เรียกว่าต้องจัดกันมาหมด โดยเฉพาะวิตามิน อาหารเสริมอะไรที่เขาบอกว่าสามารถเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิดได้ ถ้ามันไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย การทานวิตามินเหล่านี้ก็จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ดังนั้นบทความนี้เราจะมาดูกันว่าวิตามินต้านโควิดมีอะไรบ้าง</p>
<p dir="auto" data-pm-slice="1 1 []">โควิดเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และมักพบในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอในประเทศไทยมีสมุนไพรรักษาโควิดอยู่มากมายซึ่งรวมถึงสมุนไพรไทยหลายชนิดสมุนไพรไทยที่นิยมรักษาโควิดได้แก่</p>
<p><strong>ภูมิคุ้มกันที่ดีคือวิตามินป้องกันโรคได้ดีที่สุด</strong></p>
<p>สิ่งที่จะมาช่วยให้เราห่างไกลจากการติดเชื้อ นั่นคือร่างกายของเราจะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี ดังนั้นวิตามินที่จะมามีบทบาทที่จะป้องกันโรค จึงควรเป็นวิตามินที่คุณสมบัติช่วยฟื้นฟูระบบคุ้มกันโรคนั่น ซึ่วิตามินต้านโควิดมีดังนี้</p>
<ol>
<li><strong> วิตามินซี</strong></li>
</ol>
<p>ขึ้นชื่อว่าวิตามินซีถือว่าเป็นวิตามินที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกหากวิตามินซีจะกลายมาเป็นวิตามินต้านโควิด โดยสามารถทานวิตามินซีขนาด 500-2000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี ช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวและช่วยกระบวนการทำลายเชื้อโรค แต่ทั้งนี้ ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนทานทุกครั้ง โดยเฉพาะในเด็ก เพราะนอกจากตัววิตามินในรูปแบบเม็ดแล้ว เรายังสามารถหาวิตามินต้านโควิดได้จากผลไม้และผักต่าง ๆ อีกด้วย เช่น ฝรั่ง ส้ม เชอร์รี่ เบอร์รี่ต่าง ๆ ฯลฯ</p>
<ol start="2">
<li><strong> วิตามินดี</strong></li>
</ol>
<p>อย่างที่เราทราบกันดีว่าวิตามินดีมีหน้าที่ในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย แต่อีกบทบาทของวิตามินดีก็คือการเป็นวิตามินต้านโควิด ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวโมโนไซต์และมาโครฟาจซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สำคัญในการช่วยลดการอักเสบ ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม โดยปกติแล้วเราสามารถหาวิตามินดีได้จากการรับแดดอ่อน ๆ ช่วงเช้า หรือจากอาหารประเภทปลาต่าง ๆ นม ไข่แดง ชีส ตับปลา ตับสัตว์ เห็ด ส่วนใครที่ต้องการทานวิตามินเสริม แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทานทุกครั้ง</p>
<ol start="3">
<li><strong> สังกะสี หรือ ซิงค์</strong></li>
</ol>
<p>โดยปกติแล้วสังกะสีหรือซิงค์จะช่วยบำรุงผม เล็บ และผิวพรรณ แต่สังกะสีก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นวิตามินต้านโควิดได้เช่นกัน เพราะกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวหลายชนิด ปกติแล้วในอาหารที่อุดมด้วยสังกะสี เช่น  หอยนางรม เนื้อสัตว์และเครื่องใน สัตว์ปีก ปลา ไข่ นม เมล็ดฟักทอง ธัญพืชต่าง ๆ การรับประทานเสริมในผู้ที่สุขภาพดี แนะนำ 15-45 มิลลิกรัมต่อวัน ในขนาดที่สูงกว่านี้ควรปรึกษาแพทย์หรือ<br />
เภสัชกร</p>
<ol start="4">
<li><strong> กรดไขมันโอเมก้า 3 </strong></li>
</ol>
<p>นอกจากช่วยเสริมสร้างเซลล์ประสาทในสมอง จอประสาทตา เสริมสร้างการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ลดการอักเสบซ่อนเร้นที่เกิดจากความเครียด อีกทั้งในบทบาทของวิตามินต้านโควิด ยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งปกติเราสามารถได้รับจากแหล่งอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง ได้แก่ ปลาและอาหารทะเล น้ำมันปลา ถั่วต่าง ๆ น้ำมันพืช เป็นต้น ส่วนในอาหารเสริมสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีแนะนำให้รับประทาน 500-1,500 มิลลิกรัมต่อวัน</p>
<ol start="5">
<li><strong> สารต้านอนุมูลอิสระ</strong></li>
</ol>
<p>สำหรับสารต้านอนุมูลอิสระที่เรามักจะพบในผักสีต่าง ๆ รวมถึงผลไม้ที่ให้วิตามินสูง จะช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกาย และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และที่สำคัญประโยชน์ของลิ้นจี่ ยังช่วยลดหรือแก้การติดเชื้อในลำคอที่มีสาเหตุจากไวรัสด้วย ดังนั้นควรเลือกทานผักผลไม้เพื่อให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังเป็นวิตามินต้านโควิดชั้นดีอีกด้วย</p>
<p>แม้ว่าโรคระบาดอย่างโควิดจะยังดำเนินต่อไป แต่สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดที่จะดูแลและป้องกันตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยวิตามินต้านโควิดดังที่ยกมาข้างต้นนี้นะคะ</p>
<p dir="auto" data-pm-slice="1 1 []">เสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น การศึกษาได้รับการตีพิมพ์ใน New York Times พวกเขาพบว่าเมื่อเปรียบเทียบคนที่รับประทานสมุนไพรนี้มาหลายชั่วอายุคนกับกลุ่มควบคุม พวกเขามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมน้อยกว่ามาก ดังนั้นจึงลดความรู้ความเข้าใจน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น</p>
<p dir="auto">นอกจากนี้ยังมีหลักฐานจากการศึกษาในสัตว์ทดลองว่าสิ่งนี้อาจเป็นจริงในมนุษย์ได้เช่นกัน ในการศึกษาเหล่านี้ สัตว์ได้รับยาเพื่อจำลองโรคอัลไซเมอร์ จากนั้นจึงให้สมุนไพรต้านโควิดกับอาหารตามปกติเพื่อดูว่าจะส่งผลต่อพวกมันอย่างไร ในการศึกษาเหล่านี้ ผู้ที่ได้รับ</p>
<p dir="auto">หลายคนใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การเยียวยาเหล่านี้มักมีสารพิษที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ สมุนไพรต้านโควิดคือยาสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้เลือดแข็งตัว แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้และผลข้างเคียงอื่นๆ ได้</p>
<p dir="auto">ควรสังเกตว่าสมุนไพรต้าน covid นั้นไม่มีขายตามท้องตลาดหรือในร้านขายยาทั่วไปเสมอไป เพราะสมุนไพรนี้ถูกห้ามใช้ในสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1990 เนื่องจากฤทธิ์ที่เป็นพิษ ปัจจุบันนี้สามารถพบได้ในบางเว็บไซต์เท่านั้นหากรู้ว่าต้องดูที่ไหน</p>
<p dir="auto">สมุนไพรต้านโควิดเป็นอาหารเสริมจากธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อรักษาภาวะสุขภาพต่างๆ มีการใช้มานานหลายปีในประเทศแถบยุโรปตะวันออก และกำลังค่อยๆ ได้รับความนิยมในประเทศอื่นๆ เช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่? แก่นตะวัน ยับยั้งมะเร็งได้</title>
		<link>https://alivearound.com/lifestyle/healthy/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บก.ชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Dec 2018 06:21:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[จุกเสียดแน่นท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันโรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิแพ้]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งลำไส้ใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[รักษามะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดระดับน้ำตาลในเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรรักษามะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[สารอินนูลิน]]></category>
		<category><![CDATA[แก่นตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[แก่นตะวันรักษามะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alivearound.com/?p=3866</guid>

					<description><![CDATA[รู้หรือไม่? แก่นตะวัน ยับยั้งมะเร็งได้ การไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การเจ็บไข้เป็นเรื่องปกติ แต่มีอีกหลายคนที่ป่วยเป็นโรคที่ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงบรรเทาอาการหากเรารู้จักวิธีป้องกัน ก็สามารถที่จะรักษาอาการของโรคได้ ซึ่งโรคที่คนไทยกลัวอย่างยิ่งคือ โรคมะเร็ง โรคมะเร็งคือ  โรคมะเร็งคือ โรคซึ่งเกิดมีเซลล์ผิดปกติในร่างกาย และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายได้ทั่วร่างกายส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เหล่านั้นล้มเหลวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก มะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด จากรายงานผลการวิจัยพบว่าผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งส่วนมากเป็นมะเร็งตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำเหลือง ส่วนผู้หญิงที่มีการค้นพบโรคมะเร็งบ่อยคือ โรคมะเร็งเต้านม ปากมดลูก ตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ รังไข่ และมะเร็งที่พบบ่อยในเด็กคือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง และโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมา/Neuroblas toma (มะเร็งของประสาทซิมพาทีติก) สำหรับคนที่เป็นมะเร็งเริ่มต้นหรือระยะแรกที่เราสามารถรับรู้ได้ ไม่ต้องกังวล สมุนไพรไทยสามารถยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้อย่างน่าเหลือเชื่อซึ่งสมุนไพรที่ว่านั้น สามารถหาซื้อกันได้ทั่วไป หากจะเอ่ยถึงสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้ หลายคนอาจไม่รู้จักหรือไม่ค่อยจะคุ้นชื่อสักเท่าไหร่ แต่เชื่อได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รู้หรือไม่? แก่นตะวัน ยับยั้งมะเร็งได้</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การเจ็บไข้เป็นเรื่องปกติ แต่มีอีกหลายคนที่ป่วยเป็นโรคที่ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงบรรเทาอาการหากเรารู้จักวิธีป้องกัน ก็สามารถที่จะรักษาอาการของโรคได้ ซึ่งโรคที่คนไทยกลัวอย่างยิ่งคือ โรคมะเร็ง</span></p>
<p><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>โรคมะเร็งคือ </strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87">โรคมะเร็ง</a>คือ โรคซึ่งเกิดมีเซลล์ผิดปกติในร่างกาย และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายได้ทั่วร่างกายส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เหล่านั้นล้มเหลวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก</span></p>
<figure id="attachment_3868" aria-describedby="caption-attachment-3868" style="width: 960px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-3868 size-full" src="https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2.png" alt="" width="960" height="720" srcset="https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2.png 960w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-300x225.png 300w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-768x576.png 768w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-80x60.png 80w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-265x198.png 265w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-696x522.png 696w, https://alivearound.com/wp-content/uploads/2018/11/แก่นตะวัน2-560x420.png 560w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><figcaption id="caption-attachment-3868" class="wp-caption-text">แก่นตะวัน</figcaption></figure>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>มะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">จากรายงานผลการวิจัยพบว่าผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งส่วนมากเป็นมะเร็งตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำเหลือง ส่วนผู้หญิงที่มีการค้นพบโรคมะเร็งบ่อยคือ โรคมะเร็งเต้านม ปากมดลูก ตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ รังไข่ และมะเร็งที่พบบ่อยในเด็กคือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง และโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมา/Neuroblas toma (มะเร็งของประสาทซิมพาทีติก)</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สำหรับคนที่เป็นมะเร็งเริ่มต้นหรือระยะแรกที่เราสามารถรับรู้ได้ ไม่ต้องกังวล สมุนไพรไทยสามารถยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้อย่างน่าเหลือเชื่อซึ่งสมุนไพรที่ว่านั้น สามารถหาซื้อกันได้ทั่วไป</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หากจะเอ่ยถึงสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณยับยั้งอาการของโรคมะเร็งได้ หลายคนอาจไม่รู้จักหรือไม่ค่อยจะคุ้นชื่อสักเท่าไหร่ แต่เชื่อได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย และสมุนไพรที่จะบอกกล่าวให้รู้คือ “แก่นตะวัน”</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">แก่นตะวัน หรือ Jerusalem artichoke เป็นพืชในตระกูลทานตะวัน ชาวอินเดียนแดงนิยมนำมาปลูกไว้รับประทาน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร  หัวมีลักษณะเป็นเง้าคล้ายกับหัวของขิงหรือข่า มีหลายสีเช่น สีม่วง สีขาว สีเหลือง สีแดง ฯลฯ</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>แก่นตะวันมีสรรพคุณอะไรบ้าง?</strong></span></p>
<ol style="text-align: justify;">
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยทำให้เจริญอาหาร</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร อย่างเชื้อ อี.โคไล (E.Coli) และ โคลิฟอร์ม (Coliforms) และในขณะเดียวกันยังไปช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายให้เจริญเติบโตดีขึ้นอีกด้วย</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ แพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้ ภายในหัวจะมีน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็น และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 18 เปอร์เซ็นซึ่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะเป็นอินนูลิน (Inulin) ซึ่งอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวานได้ แต่จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะและลำไส้เล็ก จึงสามารถอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้นาน จึงช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย สามารถช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความอ้วนและป้องกันโรคเบาหวานไปด้วยในตัว</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยในการควบคุมน้ำหนักเนื่องจากแก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำกว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น แต่ยังช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเก</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยป้องกันไขมันในเลือดสูง เพราะเส้นใยของแก่นตะวันจะช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาลที่เรารับประทานเกินไว้ ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันเลวที่เรารับประทานเข้าไปทิ้งออกทางอุจจาระ และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไดร์สูง หากได้รับอินนูลินเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงได้</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยของแก่นตะวันเป็นตัวช่วยดูดซับไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกายและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวทิ้งออกทางอุจจาระ</span></li>
<li><span style="font-family: kanit;"><span style="font-size: 14pt;">ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแก่นตะวันมีแคลอรีต่ำ ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดแม้จะรับประทานในปริมาณมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40 เปอร์เซ็น</span></span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยกระตุ้นการดูดซึมแร่ธาตุหลายชนิดช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้เหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในลำไส้เล็กและช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากถึงร้อยละ 20 เปอร์เซ็น รวมไปถึงธาตุเหล็ก ฯลฯ</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยในการขับถ่าย ทำความสะอาดลำไส้ และเก็บกวาดของเสียในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี แก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากทำให้อุจจาระมีกากใยมากขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอุจจาระได้อีกด้วย สมุนไพรแก่นตะวันมีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้อาการท้องเสีย</span></li>
<li><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ช่วยป้องกันสารพิษอย่างโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว เป็นต้น</span></li>
</ol>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>แก่นตะวันป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">แก่นตะวันช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยในการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำ จะทำให้ลำไส้ใหญ่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือแบคทีเรียที่เป็นตัวก่อโรคลดลง ทำให้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สกลิ่นเหม็นในร่างกายลดลง หรือแบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ ตัวสร้างสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่อย่าง อีโคไลก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>แก่นตะวันกินอย่างไร?</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">แก่นตะวันสามารถกินได้ทั้งปอกเปลือกและไม่ต้องปอกเปลือก แต่ก่อนอื่นต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน กินแบบดิบ เหมือนกับกินผลไม้ กินง่าย กินดีมีประโยชน์ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกินแก่นตะวันมาก่อน ควรเริ่มต้นด้วยการกินในปริมาณที่ไม่มากนักเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>กินแก่นตะวันเยอะดีไหม?</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สำหรับคนที่ชื่นชอบกินแก่นตะวัน ต้องมีข้อพึงระวังเอาไว้ด้วย เพราะหากเรากินมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ นั้นเราควรกินในปริมาณที่เหมาะสม</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">นอกจากนี้แก่นตะวัน ยังนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายล้วนแต่เพิ่มความหลากหลายสำหรับเมนูในแต่ละมื้อ อีกทั้งให้รสชาติที่อร่อยติดใจอีกด้วย</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit;"><strong>แหล่งอ้างอิง </strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit;">คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (รองศาสตราจารย์ ดร.สนั่น จอกลอย), สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ดร.ครรชิต จุดประสงค์), สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 132, นิตยสารขวัญเรือน ฉบับ 849 (พญ.ลลิตา ธีระสิริ), สาระเร็ว, MedThai</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit;">ขอบคุณภาพประกอบ</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-family: kanit;">http:seinthailand.com</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
