<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประโยชน์ของชากัญชา &#8211; www.alivearound.com</title>
	<atom:link href="https://alivearound.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alivearound.com</link>
	<description>เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ทันสมัย ให้คุณเกาะติดเทรนด์ ทั้งโซเชียล ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ร้านอาหาร ท่องเที่ยว การออกแบบ อสังหาฯ ตกแต่งบ้าน เทคโนโลยี Gadget หรืองานอีเว้นท์ต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาด กับ AliveAround.com</description>
	<lastBuildDate>Sat, 29 Oct 2022 08:50:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ประโยชน์ของชากัญชา ดื่มอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ</title>
		<link>https://alivearound.com/lifestyle/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Turnoff]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Oct 2022 08:50:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[ชากัญชา]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของชากัญชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alivearound.com/?p=7320</guid>

					<description><![CDATA[ประโยชน์ของชากัญชา ดื่มอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ หลังประกาศปลดล็อกให้กัญชากลายเป็นพืชที่สามารถปลูกกันได้อย่างเสรี กระแสการนำกัญชามาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มก็มาแรงมาก ๆ บรรดาธุรกิจหลายเจ้า พากันนำกัญชามาเป็นส่วนหนึ่งในเมนู ซึ่งนั่นก็เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีจากผู้คน ไม่เว้นแม้แต่ในเครื่องดื่มอย่าง “ชากัญชา” แน่นอนว่าเหล่าบรรดาสาวกที่ชอบดื่มชา คงไม่พลาดกับเมนูนี้ ซึ่งชากัญชาไม่ดื่มแค่เอาโก้ เอาเท่อย่างเดียว เพราะชากัญชายังมาพร้อมประโยชน์มากมายจากตัวกัญชาเองด้วยเช่นกัน มารู้จักสารออกฤทธิ์ในชากัญชากันก่อน สารออกฤทธิ์ที่สำคัญ ได้แก่ Delta-9-Tetra-Hydrocannabinol (THC) ซึ่งมีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเรียกภาษาชาวบ้านว่า “สารเมา” และสาร Canabidiol (CBD) ซึ่งไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และในต่างประเทศนิยมใช้ในการเมนูอาหาร ทั้งนี้ ในกัญชาไทย จะมีสาร THC มากกว่า CBD โดยใบกัญชาแห้งสายพันธ์ไทย จะมีปริมาณสาร THC เฉลี่ย 1-2 มิลลิกรัมต่อใบ ขณะที่ใบสดของกัญชา มีสาร Tetrahydrocannabinolic Acid (THCA) ซึ่งไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่หากถูกแสงหรือความร้อนจะทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงจากสาร THCA เป็น THC ได้ ชากัญชามีประโยชน์อย่างไรบ้าง อันที่จริงชากัญชาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากตัวกัญชาเลยค่ะ เพียงแต่ถูกแปรรูปให้อยู่ในรูปของเครื่องดื่มให้ใช้ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น โดยประโยชน์ของชากัญชาก็มีมากมาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประโยชน์ของชากัญชา ดื่มอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ</strong></p>
<p>หลังประกาศปลดล็อกให้กัญชากลายเป็นพืชที่สามารถปลูกกันได้อย่างเสรี กระแสการนำกัญชามาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มก็มาแรงมาก ๆ บรรดาธุรกิจหลายเจ้า พากันนำกัญชามาเป็นส่วนหนึ่งในเมนู ซึ่งนั่นก็เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีจากผู้คน ไม่เว้นแม้แต่ในเครื่องดื่มอย่าง “ชากัญชา” แน่นอนว่าเหล่าบรรดาสาวกที่ชอบดื่มชา คงไม่พลาดกับเมนูนี้ ซึ่งชากัญชาไม่ดื่มแค่เอาโก้ เอาเท่อย่างเดียว เพราะชากัญชายังมาพร้อมประโยชน์มากมายจากตัวกัญชาเองด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>มารู้จักสารออกฤทธิ์ในชากัญชากันก่อน</strong></p>
<p>สารออกฤทธิ์ที่สำคัญ ได้แก่ Delta-9-Tetra-Hydrocannabinol (THC) ซึ่งมีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งเรียกภาษาชาวบ้านว่า “สารเมา” และสาร Canabidiol (CBD) ซึ่งไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และในต่างประเทศนิยมใช้ในการเมนูอาหาร ทั้งนี้ ในกัญชาไทย จะมีสาร THC มากกว่า CBD โดยใบกัญชาแห้งสายพันธ์ไทย จะมีปริมาณสาร THC เฉลี่ย 1-2 มิลลิกรัมต่อใบ ขณะที่ใบสดของกัญชา มีสาร Tetrahydrocannabinolic Acid (THCA) ซึ่งไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่หากถูกแสงหรือความร้อนจะทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงจากสาร THCA เป็น THC ได้</p>
<p><strong>ชากัญชามีประโยชน์อย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>อันที่จริงชากัญชาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากตัวกัญชาเลยค่ะ เพียงแต่ถูกแปรรูปให้อยู่ในรูปของเครื่องดื่มให้ใช้ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น โดยประโยชน์ของชากัญชาก็มีมากมาย ที่ได้จากสาร THC และสาร CBDA ได้แก่</p>
<ul>
<li>ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น</li>
<li>ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาอาการปวด บวม และลดอาการอักเสบ</li>
<li>บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ และปวดหัวไมเกรน</li>
<li>ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น</li>
<li>แก้กระหายน้ำ และรู้สึกสดชื่นขึ้น</li>
<li>รักษาอาการโรคบิดและท้องร่วงได้ดี</li>
<li>อาการคลื่นไส้อาเจียน ในผู้ป่วยที่ทำเคมีบำบัด และความอยากอาหาร โดยทำให้ต้องการอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มและมีผลต่อการดูดซึมอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ดื่มชากัญชาอย่างไรให้ได้สุขภาพที่ดี</strong></p>
<p>ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แม้กัญชาจะถูกแปรรูปออกมาเป็นเครื่องดื่มชาก็ตาม แต่ก็ควรเลือกใช้ในปริมาณและการชงตามอัตราที่ทาง อย. กำหนด เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมในการดื่มชากัญชานั้น กรณีที่ใช้ใบกัญชาสด ควรใช้ปริมาณใบกัญชาหรือใบสดนำมาล้างสะอาด 1-2 ใบ จากนั้นจึงใช้การขยี้และใส่ลงในน้ำร้อนหรือนำไปต้มเพื่อให้ได้ออกมาเป็นน้ำชา แต่หากใช้เป็นใบกัญชาแห้ง ควรใช้ในปริมาณเท่ากับปริมาณของการชงชาแห้งปกติ ก็คือหนึ่งหยิบมือหรือหนึ่งช้อน และควรใช้ระยะเวลาในการต้มประมาณ 15 นาที ใช้ส่วนของกัญชา 1 กรัม ต่อน้ำ 500 cc – 1,000 cc</p>
<p>เมื่อเราต้มใบกัญชา สารที่ออกมาเยอะที่สุดต้องยกให้ CBDA มีงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ lin Chem Lab Med ยืนยันได้ว่าชากัญชามีสารสำคัญทางยา ในกลุ่มไฟโตแคนนาบินอยด์ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสารสำคัญ THC หรือ CBD เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ดื่มควรพิจารณาปริมาณกัญชาในเครื่องดื่มชาเป็นหลัก เนื่องจากหากได้รับในปริมาณที่มากเกินกำหนด ย่อมเกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดีแน่นอน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการแพ้สารบางอย่างในกัญชาแบบไม่รู้ตัว ควรระมัดระวังและเริ่มจากการดื่มแต่น้อย เพื่อให้ไม่ได้รับสาร THC ที่มากเกินไป อีกทั้งไม่ควรดื่มซ้ำเพราะจะทำให้ได้สารดังกล่าวเกินขนาด และไม่แนะนำเด็ดขาดสำหรับเด็กในวัยเรียน มีโอกาสติดเพิ่มขึ้นถึง 17% นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเรียนรู้ สมาธิสั้น และปัญหาความจำ ถึงหยุดใช้ไปนานถึงหกปีแต่สมองด้านการใช้แบบมีเหตุผลก็ยังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
